พิษโควิดกับวิกฤตนมเด็ก...งบกอง ของล้น แต่ไม่มีโรงเรียนให้แจก
07 พ.ค. 2563 | supaporn_fah

"นิพนธ์" ร่วมถกแก้ปัญหานมโรงเรียน - อาหารกลางวันนักเรียน หวั่นเด็กไทยขาดโภชนาการ - และเร่งแก้เกษตรกรโคนมผลิตนมล้นตลาดจากการไม่มีผู้บริโภคในช่วงภาวะโควิด-19
ข่าว
07 พ.ค. 2563 | supaporn_fah

"นิพนธ์" ร่วมถกแก้ปัญหานมโรงเรียน - อาหารกลางวันนักเรียน หวั่นเด็กไทยขาดโภชนาการ - และเร่งแก้เกษตรกรโคนมผลิตนมล้นตลาดจากการไม่มีผู้บริโภคในช่วงภาวะโควิด-19
เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ 7 พ.ค.63 ที่ห้องประชุม 302 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาลนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหานมโรงเรียนและอาหารกลางวันนักเรียน โดยมีนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2) ในฐานะผู้แทนกระทรวงฯ ร่วมผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงบประมาณฯ ร่วมประชุมฯ
สืบเนื่องจาก ครม. มีความห่วงใย การหยุดการเรียนการสอนและปิดสถานศึกษาทั่วประเทศ เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า2019(COVID-19) ตามนโยบายรัฐบาล นั้น ส่งผลกระทบต่อเด็กเล็กในวัยเรียน ของศูนย์เด็กเล็ก นักเรียน ไม่สามารถเข้าเรียนได้ตามปกติ จึงมีความกังวล ว่าเด็กเล็กฯ และ นักเรียน อาจมีพัฒนาการการเจริญเติบโตของร่างกายที่ไม่เพียงพอตามหลักโภชนาการ ในขณะเดียวกัน การผลิตน้ำนมของกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมอาจเกิดปัญหาน้ำนมล้นตลาด
ซึ่งในที่ประชุมได้วางแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยงบประมาณในการดำเนินการทั้งเรื่องนมโรงเรียนและอาหารกลางวันนั้น ได้มีการตั้งงบประมาณไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งครอบคลุมในส่วนวิธีการแจกจ่าย สัดส่วนเด็กนักเรียนตามแต่ละสถานเด็กเล็กและโรงเรียน
แต่เนื่องจากขณะนี้ไม่ได้มีการเรียนการสอนและสถานศึกษาต่างๆ ปิด จึงทำให้การใช้งบประมาณเพื่อดำเนินการนั้นอาจมีปัญหาในเรื่องข้อกฎหมาย ระเบียบปฎิบัติและเกิดผลตามมาคือนักเรียนอาจไม่ได้รับโภชนาการที่ดี ขณะเดียวกันได้มีการเสนอในที่ประชุมครม.ที่ผ่านมา เพื่อดูแลเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม อาจเกิดภาวะน้ำนมล้นตลาดจากการไม่มีผู้บริโภค ในส่วนของอาหารกลางวันนั้นได้มีการทบทวนในเรื่องวิธีการที่จะนำเงินงบประมาณที่ตั้งไว้แล้วไปดำเนินการได้อย่างไรในสถานการณ์ที่ยังไม่สามารถเปิดการเรียน การสอนในสถานศึกษาได้ตามปกติ
ซึ่งที่ประชุมได้มีข้อสรุปเบื้องต้นและได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ เป็นเจ้าภาพในการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมครม.เพื่อทราบและพิจารณาต่อไป