พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติ ภายหลังจากที่มีประกาศเรื่องการขยายระยะเวลาการใช้บังคับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม จนถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 63และการผ่อนผันมาตรการให้ดำเนินการหรือทำกิจกรรมบางอย่างได้นั้น
สำหรับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับหน่วยร่วมปฏิบัติ ในการตรวจสอบของสายตรวจร่วม สถานประกอบการ ร้านค้าหรือสถานที่ที่ได้รับการผ่อนปรนให้สามารถดำเนินการหรือทำตามกิจกรรมบางอย่างได้โดยต้องถือการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการป้องการแพร่ระบาดของโควิด-19 (COVID-19) ประจำวันที่ 6 พฤษภาคม 2563ซึ่งจากการสุ่มตรวจ 13,000 กว่าแห่ง ได้ดำเนินการตักเตือนและให้คำแนะนำกว่า 4,600แห่ง
รองโฆษก ตร. เผยอีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับหน่วยงานร่วมปฏิบัติทุกภาคส่วนประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจให้กับ ประชาชน ผู้ประกอบการ ร้านค้าให้ความร่วมมือในการถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 (COVID-19)โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัย อย่างเคร่งครัดตลอดจน กำชับชุดเคลื่อนที่เร็ว สายตรวจร่วม เพิ่มความถี่วงรอบในการออกตรวจสอบตรวจตราและบังคับใช้กฎหมาย ทั่วทุกพื้นที่ทั้งในและนอกเวลาเคอร์ฟิวอย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อไม่ให้สถานการณ์การแพร่ระบาดกลับมารุนแรงขึ้นอีก