นอกจากนี้ ในส่วนตัวทำผ้าฝ้ายอยู่แล้ว แบรนด์คอตตอนฟาร์ม ก็ได้ผลิตหน้ากากผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติออกมาจำหน่ายเช่นเดียวกัน ในราคาชิ้นละ 60-250 บาท ซึ่งได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี เพราะเป็นงานฝีมือ ที่สำคัญยังมีความพิเศษตรงที่จะมีการปักดอกไม้ชนิดต่างๆ อีกด้วย ทำให้ผลิตภัณฑ์มีมูลค่า และคนที่มาเลือกซื้อไปใช้ก็จะมีความภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือชาวบ้าน และผู้ผลิตผ้าฝ้าย รวมถึงเป็นอีกเทรนด์แฟชั่นใหม่ในยุค New Normal อีกด้วย
นางทัศนีย์ ไชยเรืองศรี ประธานเครือข่ายโอทอป จ.ลำพูน กล่าวว่า ช่วงแรกที่ประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนหน้ากาก ผู้ผลิตผ้าฝ้ายในจังหวัดลำพูนแทบทุกหลังคาเรือนได้พร้อมใจกันทำใช้กันเอง ทำแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วไป และทำขายด้วย ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก ประกอบกับผู้ผลิตผ้าฝ้ายก็ได้รับผลกระทบจากโควิด-19ไม่สามาถขายสินค้าได้ทั้งทางหน้าร้าน หรือการจัดงานแสดงสินค้า จึงใช้วัตถุดิบที่มีช่วยกันระบายผ้าในสต็อก ซึ่งต้องยอมรับว่าผ้าฝ้ายของจังหวัดลำพูนมีเอกลักษณ์อยู่แล้ว อีกทั้งจะใช้ความมีฝีมือในการปักเพิ่มลวดลายเข้าไป ทำให้หน้ากากผ้าฝ้ายของจังหวัดลำพูนมีอัตลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
นอกจากนี้ ทางคลัสเตอร์สิ่งทอจังหวัดลำพูน ยังได้ผลิตหน้ากากผ้าคอลลาเจนออกมาจำหน่ายเป็นครั้งแรก ด้วยการนำนวัตกรรรมใหม่เข้ามาผลิต โดยเส้นด้ายที่นำมาทอเป็นผ้าคอลลาเจน มีส่วนประกอบของเกล็ดปลาทะเลน้ำลึก แล้วมาผ่านกรรมวิธีด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ นำมาฉีดลงในเส้นใยของผ้าฝ้ายก่อนที่จะมาทอเป็นผ้าฝ้ายฝืน โดยก่อนหน้านี้ ได้นำมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า แต่พอมาถึงจังหวะที่ประสบกับภาวะิกฤติโควิด19 มีเศษผ้าเหลือ จึงนำมาตัดเย็บเป็นหน้ากากผ้าฝ้ายคอลาเจนในราคาหลักร้อยบาท มีคุณสมบัติชอบเก็บกักความชุ่มชื้นของผิว ซึ่งจะถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดขายใหม่ และแม้ว่าต่อไปสถานการณ์โควิด-19จะคลี่คลาย แต่เชื่อว่าคนไทยยังจะมีการใช้หน้ากากผ้ากันตามปกติ ้ ซึ่งผู้ผลิตผ้าก็คงไม่ละทิ้งในการผลิต และยังจะกลายเป็นสินค้าที่ต้องมีการผลิตเช่นเดียวกับเครื่องแต่งกายทั่วไป นางสาวธิราพร อุ่นนันท์ ร้านพิณฝ้าย จังหวัดลำพูน กล่าวว่า เดิมทำเครื่องแต่งกายจากผ้าฝ้ายแต่เมื่อมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้มีสต็อกผ้าฝ้ายทอมือสีธรรมชาติค้างเป็นจำนวนมาก เลยนำมาตัดเย็บเป็นหน้ากากผ้าแทน และเชื่อว่าจะปลอดภัยแก่ผู้สวมใส่ โดยจำหน่ายราคาขายส่ง 35 บาท และขายปลีกราคา 50 บาท ซึ่งถือว่าได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างดี