เนชั่นทีวี

ข่าว

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวระดับต่ำ หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่ง แม้หลายประเทศเริ่มคลายล็อกดาวน์

05 พ.ค. 2563 | Youtubeteam

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวระดับต่ำ หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่ง แม้หลายประเทศเริ่มคลายล็อกดาวน์

บทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ โดย บมจ.ไทยออยล์: ฉบับวันที่ 5 เมษายน 2563 ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 16-21 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 23-28 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล




แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (4 8 พ.ค. 63)

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันยังถูกกดดันจากการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ประกอบกับ ปริมาณน้ำมันดิบยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับตัวสูงขึ้นคิดเป็นร้อยละ 86 ของถังเก็บสำรองทั้งหมด ทำให้ตลาดกังวลว่าปริมาณน้ำมันคงคลังของสหรัฐฯ จะเต็มความจุในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ ตลาดคาดการณ์ว่าข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันที่ระดับ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ค. 63 ของกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตรจะยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบของอุปสงค์น้ำมันที่ลดลงอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลหลายประเทศเริ่มเตรียมการผ่อนปรนมาตรการปิดเมือง เช่น สหรัฐฯ และสเปน ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นบ้าง  




ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:




1.ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มถูกกดดันจากความต้องการใช้น้ำมันที่ยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชากรทั่วโลก โดยความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกคาดการณ์ว่าจะปรับลดลงกว่าร้อยละ 30 ในเดือน เม.ย. 63 




2.ตลาดยังคงกังวลต่อปริมาณน้ำมันดิบส่วนเกิน โดยมองว่าการที่กลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตรบรรลุข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันที่ระดับ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ค. 63 จะยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบของอุปสงค์น้ำมันที่ลดลงอย่างหนัก 




3.ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นใกล้เต็มปริมาณความจุ โดยปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 24 เม.ย. 63 ปรับตัวสู่ระดับ 65 ล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 86 ของถังเก็บสำรองทั้งหมด ทำให้ตลาดกังวลว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ จะเต็มความจุในเร็วๆ นี้




4.อย่างไรก็ตาม รัฐบาลหลายประเทศเริ่มเตรียมการผ่อนปรนมาตรการปิดเมือง โดยสหรัฐฯ เตรียมจะเปิดดำเนินการธุรกิจต่างๆ ในอย่างน้อย 16 รัฐ และรัฐบาลสเปนได้ตั้งเป้าที่จะใช้เวลา 8 สัปดาห์ในการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง หลังจากที่แนวโน้มของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่ในประเทศสเปนได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง




5.หน่วยงานด้านโรคติดต่อในสหรัฐฯ เผยว่า พบหลักฐานชัดเจนในการทดลองยาเรมเดซิเวียร์ว่าสามารถช่วยผู้ป่วยฟื้นตัวจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้จริง ซึ่งส่งผลให้ตลาดมีความหวังต่อความต้องการใช้น้ำมันที่จะฟื้นตัวได้เร็วขึ้น 




6.รัสเซียประกาศพร้อมลดกำลังการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบลงตามข้อตกลงที่จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นเดือน พ.ค. 63 ตามข้อตกลงรัสเซียจะลดกำลังการผลิตจาก 11.24 ล้านบาร์เรลต่อวันสู่ระดับ 8.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้รัสเซียวางแผนที่จะลดการส่งออกน้ำมันดิบลง จากปริมาณส่งออก 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน เม.ย. 63 สู่ระดับ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวันใน เดือน พ.ค. 63 




7.Rystad Energy คาดการณ์ว่าสหรัฐฯ จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบราว 300,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ค. มิ.ย. 63 โดยคณะกรรมการกำกับกิจการด้านพลังงานของรัฐเท็กซัสจะมีการประชุมเพื่อลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบในวันที่ 5 พ.ค. 63 หลังการผลิตน้ำมันไม่คุ้มทุนต่อราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ โดยหนึ่งในคณะกรรมการเสนอให้มีการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือร้อยละ 20 ของกำลังการผลิตทั้งหมดของรัฐเท็กซัส




8.เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต PMI จีนเดือน เม.ย. 63 ตัวเลขดุลการค้าจีนเดือน เม.ย. 63 จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ อัตราการว่างงานสหรัฐฯ เดือนเม.ย. 63 




สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (27 เม.ย. 1 พ.ค. 63) 




ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 2.84 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 19.78 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 5.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 26.44 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 20.85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบยังคงถูกกดดันจากความต้องการใช้น้ำมันที่ปรับตัวลดลง และสภาพเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอจากการใช้มาตรการปิดเมืองในหลายประเทศทั่วโลกเพื่อชะลอการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันส่วนเกินในตลาดยังคงอยู่ในระดับสูง โดยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 24 เม.ย. 63 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเวลา 14 สัปดาห์ ไปแตะที่ระดับ 527.6 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากการที่นอร์เวย์ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของยุโรปตะวันตกเตรียมจะปรับลดการผลิตน้ำมันลงในเดือน มิ.ย.  - ธ.ค. 63 ซึ่งจะเป็นการปรับลดการผลิตเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี 


ข่าวล่าสุด