สำหรับคู่พิพาทที่ประสงค์จะให้ศาลดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทออนไลน์นั้นสามารถดำเนินการได้ทั้งในชั้นก่อนฟ้องคดีต่อศาลและระหว่างพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นหรือศาลชั้นอุทธรณ์-ฎีกาโดยยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีหรือต่อศาลที่คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลหรือยื่นคำร้องผ่านระบบอีไฟล์ลิ่ง (e-Filing) มาพร้อมกับคำฟ้องหรือยื่นผ่านระบบ CIOS (กรณีคดีอยู่ระหว่างพิจารณา)เมื่อศาลพิจารณารับเป็นคดีไกล่เกลี่ยแล้วศาลจะสอบถามความประสงค์ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทรวมทั้งวันเวลาที่สะดวกเพื่อกำหนดนัดวันไกล่เกลี่ยข้อพิพาทไปยังผู้ถูกร้องผ่านทางระบบQR Code หากคู่พิพาทตอบรับเข้าร่วมการไกล่เกลี่ยแล้วศาลจะกำหนดวันนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและแจ้งให้คู่พิพาททั้งสองฝ่ายทราบต่อไป
สำหรับช่องทางการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทออนไลน์นั้นสามารถดำเนินการได้ผ่านทางระบบการประชุมทางจอภาพ (VDO/Web Conference), แอปพลิเคชันLine, Chat Room, E-mail, VDO Call หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆตามที่คู่พิพาทสะดวก และหากคู่พิพาทสามารถตกลงกันได้ ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก็จะนัดวันเวลาที่คู่พิพาทสะดวกเพื่อมาทำบันทึกข้อตกลงที่ศาลต่อไป
นายสราวุธ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของคดีกู้ยืมของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)ซึ่งในแต่ละปีจะมีปริมาณการยื่นฟ้องคดีเป็นจำนวนมากในช่วงเดือนมิถุนายนนั้นสำนักงานศาลยุติธรรมมีแผนจะจัด "โครงการร่วมใจไกล่เกลี่ยออนไลน์"ในช่วงประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2563 เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้กยศ. ที่ต้องการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องหรือผู้ที่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องคดีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) แล้ว ได้เจรจาหาแนวทางแก้ไขหนี้และผ่อนผันการชำระหนี้รวมทั้งรณรงค์ส่งเสริมให้คู่ความในคดีต่างๆ นำคดีเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยไม่ต้องรอให้เรื่องถึงขั้นตอนการดำเนินคดีทางศาลซึ่งอาจจะใช้เวลาและเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากโดยคู่ความที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น