ในช่วงราวๆ เดือน เม.ย. ที่ผ่านมาทาง "เบิร์กเชียร์แฮทาเวย์" ได้ทยอยขายหุ้นของหลายสายบินสหรัฐ โดยเบิร์กเชียร์แฮทาเวย์ ได้ขายหุ้นของสายการบิน "เดลตาแอร์ไลน์" 13 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าราว 314.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกันที่หุ้นของสายการบิน "เซาธ์เวสต์แอร์ไลน์" ก็ถูกขาย 2.3 ล้านหุ้น มูลค่ากว่า 74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่นายบัฟเฟตต์จะเปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทเบิร์กเชียร์แฮทาเวย์ ได้ตัดสินใจขายหุ้นสายการบินทั้งหมดออกไป
ทั้งนี้ "เบิร์กเชียร์แฮทาเวย์" ได้ถือครองหุ้นในสายการบินรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา 4 สายบินในสัดส่วนราว 10% ของแต่ละสายการบิน โดยนอกจากเดลตาแอร์ไลน์และเซาธ์เวสต์แอร์ไลน์ เบิร์กเชียร์แฮทาเวย์ยังถือครองหุ้นใน "อเมริกันแอร์ไลน์" และ "ยูไนเต็ดแอร์ไลน์" ซึ่งมีสัดส่วนลูกค้ามากถึง 80% ของผู้โดยสารการบินในสหรัฐ
จากข้อมูลของวาลวิสดอม ยืนยันว่า กลุ่มบริษัทเบิร์กเชียร์แฮทาเวย์ถือครองหุ้นของเดลตาแอร์ไลน์ทั้งหมด 70 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.7% ของพอร์ตการลงทุนของกลุ่มบริษัท ส่วนหุ้นเซาธ์เวสต์แอร์ไลน์ บริษัทถือครองหุ้น 54 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.2% หุ้นของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ 22 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.8% และหุ้นของอเมริกันแอร์ไลน์ 42.5 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.5% ของพอร์ตการลงทุน
จากสถานการณ์โรคโควิด-19 ในปัจจุบันทำให้ผู้คนไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ จากมาตรการควบคุมการเดินทาง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส ส่งผลให้สายการบินทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง นายบัฟเฟตต์ยังระบุว่า "ผมเพิ่งตระหนักว่าผมได้ตัดสินใจผิดพลาด"
อย่างไรก็ตาม นายบัฟเฟตต์ระบุว่า นี่ไม่ใช่ความผิดของผู้บริหารสายการบิน แต่เป็นผลจากมาตรการจำกัดการเดินทางที่ผลมาจากการแพร่ระบาดของไวรัส "ผมอาจจะคิดผิดและผมหวังให้ความคิดของผมผิดพลาดที่ว่า ธุรกิจสายการบินกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่" โดยเขากล่าวกับนักลงทุนว่า "เราชื่นชอบสายการบินเหล่านี้ แต่โลกได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว และผมไม่รู้ว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร"
ทั้งนี้ มูลค่าหุ้นในปัจุบันของสายการบินต่างลดลงอย่างมากจากช่วงต้นปี 2020 โดยหุ้นของเดลตาแอร์ไลน์ลดลง 59% ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ลดลงเกือบ 70% เซาธ์เวสต์แอร์ไลน์ลดลง 46% และอเมริกันแอร์ไลน์ก็ลดลง 63%
แม้ว่า รัฐบาลสหรัฐจะมีมาตรการออกมาให้การช่วยเหลือ สายการบินต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19ระบาด ในวงเงิน 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่อุตสาหกรรมการบินยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยข้อมูลของกลุ่มอุตสาหกรรมการบินสหรัฐ "แอร์ไลน์ออฟอเมริกา" ระบุว่า ปริมาณผู้โดยสารลดลงมากกว่า 90% เมื่อเทียบกับปี 2019 และในปัจจุบันนี้มีเครื่องบินไม่ได้ใช้งานมากกว่า 3,000 ลำ หรือประมาณครึ่งหนึ่งของเครื่องบินที่ยังคงมีการใช้งานอยู่ในปัจจุบัน