เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ ได้จัดเสวนาทางไกลผ่านแอปพลิเคชัน ในหัวข้อ "Living with COVID-19 ตอน บทบาทตำรวจและอาชญากรรมที่เปลี่ยนไปในยุคโควิด" พบข้อมูลและข้อเสนอหลายประเด็นที่น่าสนใจ
เริ่มจากบทบาทหน้าที่ของตำรวจที่ถือเป็น "ด่านหน้า" ในการสู้โควิด-19 เช่นกัน จากภารกิจการตั้งด่านคัดกรอง ตรวจจับ และจับกุมผู้ต้องหา โดยเฉพาะกลุ่มที่ไปรวมตัวมั่วสุมเสพยา ดื่มสุรา น้ำกระท่อม และตั้งวงเล่นพนัน ซึ่งล้วนเป็น "บุคคลกลุ่มเสี่ยง" ทั้งสิ้น และตำรวจก็หลีกเลี่ยงได้ยากที่จะไม่สัมผัสโดยตรงกับบุคคลเหล่านั้น
จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า ตั้งแต่เริ่มการระบาดในประเทศไทย มีตำรวจติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 60 นาย รักษาหาย 44 นาย อยู่ระหว่างการรักษาตัว 16 นาย และมีตำรวจที่ต้อง "กักตัวเอง" ทั้งหมด 1,141 นาย ปัจจุบันยังมีตำรวจต้องกักตัวเองอยู่ 243 นาย
ที่ผ่านมาเคยมีตำรวจในโรงพักกลางกรุงเทพฯ สอบปากคำผู้ต้องหาในห้องสอบสวน และมีผู้สื่อข่าวเข้าไปรุมทำข่าว สุดท้ายตำรวจที่สอบปากคำติดโควิด เพื่อนตำรวจและนักข่าวทั้งห้องสอบสวนต้องกักตัวกันวุ่นวาย นี่คือตัวอย่างของความเสี่ยงของตำรวจ และผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมา
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการ TIJ สรุปประเด็นจากการเสวนาว่า บทบาทของตำรวจในยุคโควิด-19 ต้องเริ่มจากการสร้างความรู้ความเข้าใจกับตำรวจเอง ซึ่งมีตัวอย่างที่องค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น แสดงความชื่นชม อย่างเช่นสำนักงานตำรวจของเกาหลีใต้ เพราะได้ให้ความรู้และนำไปต่อยอดเป็นหลักปฏิบัติ หรือ โปรโตคอล" และคู่มือในการทำงานของตำรวจที่ชัดเจน ทั้งในเรื่องวัสดุอุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรค เช่น เฟซชิลด์ หรือแม้แต่ชุด PPE, การแต่งกาย และรูปแบบการปฏิบัติงานที่ลดความเสี่ยง เช่น การตั้งด่านตรวจก็ไม่ควรชะโงกศรีษะเข้าไปในรถ หรืออย่างเรื่องการล้างรถทันทีเมื่อรับตัวผู้ต้องหา เหล่านี้เป็นต้น