นายดวงอาทิตย์ เสริมว่า อาเซียนยังได้หารือกับประเทศคู่เจรจาที่สำคัญอีก 5 การประชุม ประกอบด้วย (1) จีน ได้ตกลงที่จะมีถ้อยแถลงร่วมของรัฐมนตรีในเรื่องการกระชับความร่วมมือภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) อาเซียน-จีน และการรับมือกับโควิด-19 (2) ญี่ปุ่น หารือแผนปฏิบัติการภายใต้ถ้อยแถลงร่วมของรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่นเรื่องความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ได้ประกาศเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 โดยเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน และการเร่งรัดการมีผลบังคับใช้ของพิธีสารฉบับที่หนึ่งเพื่อแก้ไขความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) ซึ่งได้เพิ่มเรื่องการค้าบริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา และการลงทุน ในความตกลง AJCEP ซึ่งญี่ปุ่นกำลังจะให้สัตยาบัน ซึ่งจะทำให้ความตกลงฯ มีผลใช้บังคับประมาณกลางปีนี้ (3) เกาหลี หารือแนวทางการเปิดเสรีสินค้าอ่อนไหวเพิ่มเติมภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-เกาหลี (AKTIGA) และหารือแนวทางและมาตรการในการรับมือโควิด-19 โดยตกลงที่จะมีถ้อยแถลงร่วมของรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-เกาหลีในเรื่องนี้ (4) การหารืออาเซียนบวกสาม (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี) ได้ตกลงที่จะให้มีถ้อยแถลงร่วมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนบวกสามในเรื่องการรับมือทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และหารือการจัดทำการศึกษาร่วมกันเกี่ยวกับผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของประเทศอาเซียนบวกสาม (5) แคนาดา เรื่องความเป็นไปได้ในการจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับแคนาดา โดยแคนาดาพร้อมจะสนับสนุนการจัดอบรมให้ความรู้ในสาขาที่อาเซียนยังขาดประสบการณ์ให้อาเซียนผ่านระบบทางไกลอีกด้วย
ทั้งนี้ ในปี 2562 การค้าระหว่างไทยกับอาเซียน มีมูลค่าการค้ารวม 107,928 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกไปอาเซียน มูลค่า 62,904 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจากอาเซียน มูลค่า 45,024 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตลาดส่งออกและแหล่งนำเข้าสำคัญของไทยในอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ส่วนการค้าระหว่างไทยกับจีน มีมูลค่า 79,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ญี่ปุ่น 57,780 ล้านเหรียญสหรัฐ และเกาหลี 13,367 ล้านเหรียญสหรัฐ