เนชั่นทีวี

ข่าว

เปรียบเทียบมาตราการ จีน vs ไทย ในการปลดล็อคเมือง

02 พ.ค. 2563 | kajonchai_phe

เปรียบเทียบมาตราการ จีน vs ไทย ในการปลดล็อคเมือง

หลังจากรัฐบาลมีมาตราการปลดล็อคเมือง ให้บางกิจการบางกิจกรรมสามารถกลับมาทำได้ แต่ต้องทำตามมาตราการป้องกันอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด19 มาดูกันว่าที่ประเทศจีน กับไทย มีการปลดล็อคเมืองอย่างไรกันบ้าง


สถานการณ์ที่จีนกำลังจะเข้าสู่ภาวะปกติเร็วๆนี้แต่การที่จีนปลดล็อคเมือง ไม่ได้แปลว่าปลดล็อคแล้วทำกิจกรรมได้ตามปกติทั้งหมดรัฐบาลมีการไล่ระดับความเสี่ยงการแพร่เชื้อและระดับความสำคัญของธุรกิจต่อชีวิตประชาชน

ซึ่งในมณฑล ซินเจียงจะแบ่งระดับจากน้อยที่สุดไปมากที่สุดเป็นระดับ 1-5

1. โรงภาพยนตร์ ความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ 5ความสำคัญต่อชีวิตประชาชน 1

ตอนนี้รัฐบาลที่นี่ยังไม่อนุญาตให้โรงภาพยนตร์ดำเนินธุรกิจต่อเพราะการที่มีคนนั่งเยอะๆในห้องสี่เหลี่ยมมีโอกาสแพร่เชื้อต่อกันสูงรัฐบาลจึงไม่อนุญาตให้เปิดตอนนี้

2.ห้างสรรพสินค้า ความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ 4ความสำคัญต่อชีวิตประชาชน 5

ห้างสรรพสินค้าโดยเฉพาะโซน ซุปเปอร์มาร์เก็ตมีความสำคัญต่อชีวิตประชาชนที่สุดเพราะประชาชนต้องซื้อของกินของใช้โดยรัฐบาลจะออกเป็นข้อบังคับควบคุมโรคให้ทางห้างปฏิบัติตามเช่น ให้ประชาชนสวมแมสตลอดเวลาเข้าห้าง มีการตรวจวัดไข้สองครั้งเหมือนกับการตรวจระเบิดใครฝ่าฝืนไม่ต่อแถววัดไข้จะโดนรวบทันทีและไม่ให้เข้าห้างเลยส่วนโซนร้านค้าต่างๆจะพิจารณาเป็นห้างไป

3.ร้านค้านอกห้าง ความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ 2ความสำคัญต่อชีวิตประชาชน 3

ร้านค้าข้างนอกเปิดได้แต่ต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคม ต้องใส่แมส ใครไม่ใส่แมสไม่ให้เข้าและมีการจำกัดคนเข้าร้าน

4.โรงเรียน และมหาวิทยาลัยความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ 5 ความสำคัญต่อชีวิตประชาชน 5

มหาวิทยาลัยมีการจำกัดนักศึกษาเดินทางกลับเป็นล็อตๆพร้อมเตรียมสถานที่กักตัวให้เสร็จสรรพสำหรับนักเรียนที่อยู่อยู่แล้ว มีการจำกัดการเข้าออกเช่น นักศึกษาจีนออกได้เฉพาะวันคี่ เวลา 14.00-16.00 น.ต่างชาติออกได้เฉพาะวันคู่เวลาเดียวกันพร้อมให้ใช้บัตรสุขภาพควบคู่กับบัตรนักเรียนในการเข้าออกและต้องใส่แมสตลอดเวลาเข้าออกมีการตรวจวัดไข้ประจำวันในทุกๆวัน

โรงเรียน มีการเว้นระยะห่างทางสังคมในสถานที่ต่างๆห้องเรียนโรงอาหาร แม้แต่ผู้ปกครองมารับก็ต้องมีการจัดจุดรับส่ง เวลาเลิกเรียนมีการเดินต่อแถวแบบเว้นระยะห่างทางสังคมมายังจุดรับส่งนักเรียน

5.ฟิตเนส ความเสี่ยงแพร่เชื้อ 4ความสำคัญ 3

ฟิตเนสเปิดได้แต่ต้องจำกัดคนเข้าทุกคนต้องใส่แมส และมีระยะห่างทางสังคม

6.ร้านอาหาร ความเสี่ยงแพร่เชื้อ 4ความสำคัญ 5

เปิดให้บริการได้โดยต้องควบคู่กับออนไลน์เดลิเวอรี่และมีระยะห่างทางสังคม และต้องมีการวัดไข้และใส่แมสก่อนเข้าร้านอาหาร

ส่วนประเทศไทย ก็เริ่มมีมาตราการคลาย lockdownแล้ว แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรการเคอร์ฟิวในเวลา 22.00-04.00 น. โดยเริ่มผ่อนปรนให้กิจการบางประเภทสามารถกลับมาเปิดให้บริการคือ

1.ร้านอาหาร นั่งทานที่ร้านได้แต่ต้องจัดที่นั่งห่างกัน 1.5 เมตร และห้ามมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เปิดตามเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

2.ตลาด และตลาดนัด ให้ขายสินค้าได้ทุกประเภท

3.สถานที่ออกกำลังกาย เป็นประเภทที่มีระยะห่างกันรวมถึงศูนย์กีฬาและศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร จะเปิดบริการให้เข้าไปออกำลังกายได้เฉพาะกีฬาที่ไม่ใกล้ชิดกัน เช่น เดิน วิ่ง สนามแบตมินตันเทนนิส เทเบิลเทนนิส เป็นต้น ไม่อนุญาตกีฬาประเภททีม เช่น ฟุตบอล ซอฟบอลวอลเลย์บอล บาสเกตบอล กีฬาที่ต้องใกล้ชิดกัน

4.สวนสาธารณะ ให้เข้าใช้ออกกำลังกาย พักผ่อนได้แต่ห้ามจับกลุ่มสังสรรค์

5.ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย อนุญาตเฉพาะ ตัด สระ ไดเท่านั้น และต้องหยุดทำความสะอาดฆ่าเชื้อทุกๆ 2ชม. ให้จองคิวเข้ารับบริการ ไม่ให้มีการนั่งรอในร้าน ช่างใส่หน้ากาก และ FaceShield ด้วย

6.ร้านตัดขนสัตว์ และคลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์นำสัตว์เข้าร้านได้ 1 คน/1 ตัว เท่านั้นและหยุดทำความสะอาดฆ่าเชื้อทุกๆ 2 ชม.

7.โรงพยาบาล คลินิก และสถานพยาบาล

8.สนามกอล์ฟ และสนามฝึกซ้อม

อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังคงเน้นย้ำให้กิจการต่างๆที่เปิดบริการได้ต้องทำตามมาตราการที่กำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด19 หากสถานการณ์ยังดีแบบนี้เรื่อยๆและประชาชนทุกคนช่วยกัน ไม่ประมาทต่อสถานการณ์ คาดว่าอาจจะกลับเข้าสู่การดำเนินชีวิตได้ตามปกติเร็วๆนี้

ข่าวล่าสุด