เรียงตามลำดับดังนี้..
1. สหรัฐฯ ติดเชื้อ 1,130,786 ราย เสียชีวิต 65,724 ราย
2. สเปน ติดเชื้อ 242,988 ราย เสียชีวิต 24,824 ราย
3. อิตาลี ติดเชื้อ 207,428 ราย เสียชีวิต 28,236 ราย
4. อังกฤษ ติดเชื้อ 177,454 ราย เสียชีวิต 27,510 ราย
5. ฝรั่งเศส ติดเชื้อ 167,346 ราย เสียชีวิต 24,594 ราย
6. เยอรมัน ติดเชื้อ 164,077 ราย เสียชีวิต 6,736 ราย
7. ตุรกี ติดเชื้อ 122,392 ราย เสียชีวิต 3,258 ราย
8. รัสเซีย ติดเชื้อ 114,431 ราย เสียชีวิต 1,169 ราย
9. อิหร่าน ติดเชื้อ 95,646 ราย เสียชีวิต 6,091 ราย
10. บราซิล ติดเชื้อ 92,109 ราย เสียชีวิต 6,410 รายไทย ติดเชื้อ 2,960 ราย เสียชีวิต 54 ราย
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงไม่มีท่าทีจะทุเลาเบาบางลง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง หลังบางพื้นที่มีการผล่อยคลายการล็อคดาวน์ ตามคำเรียกร้องของผู้นำประเทศ ล่าสุดยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 35,763 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อรวม 1,130,786 ราย เสียชีวิตแล้ว 65,724 ราย
ด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าโจมตีจีนอย่างต่อเนื่องโดยเขาบอกว่ามีหลักฐานที่เชื่อมโยงได้ว่า โควิด-19 มาจากห้องปฏิบัติการในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ทำให้เกิดการแพร่ระบาดไปทั่วโลก แต่ยังไม่สามารถจะเปิดเผยหลักฐานดังกล่าวได้
โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ด้วยว่าจะใช้มาตรการทางภาษีในการลงโทษจีนที่ไม่ยอมควบคุมการแพร่ระบาดของโรค จนทำให้เกิดการแพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างที่เป็นอยู่
แม้ว่าก่อนหน้านี้ สำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (ODNI) ได้มีแถลงการณ์ว่า ชุมชนข่าวกรองของสหรัฐฯ เห็นพ้องกับมติส่วนใหญ่ของนักวิทยาศาสตร์ว่าไวรัสโรคโควิด-19 ไม่ได้ถูกสร้างโดยมนุษย์หรือดัดแปลงพันธุกรรม แต่ทางผู้นำสหรัฐฯ ยังคงกล่าวหาจีนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งบอกว่าจีนนั้นมีความพยายามที่จะไม่ให้เขาขึ้นเป็นผู้นำสมัยที่สอง เพราะกลัวถูกกดดันทางการค้า จีนจึงพยายามกลั่นแกล้งเขานั่นเอง
ในขณะที่เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เร่งให้สำนักข่าวกรองหาหลักฐานเพื่อสนับสนุนทฤษฎีที่ไม่มีมูลว่าห้องปฏิบัติการในเมืองอู่ฮั่นเป็นต้นตอของการระบาด ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขยายแนวคิดกล่าวโทษประเทศจีนในเรื่องการระบาดใหญ่สู่สาธารณชน
นักวิเคราะห์ข่าวกรองบางคนกังวลว่าแรงกดดันจากเจ้าหน้าที่เหล่านั้นจะบิดเบือนการประเมินเกี่ยวกับไวรัส และพวกเขาอาจถูกใช้เป็นอาวุธทางการเมือง