ส่วนการที่สำนักงานประกันสังคมออกมาชี้แจงว่า มีนายจ้างจำนวนกว่า 5.4 แสนราย ยังไม่ยื่นรับรองการหยุดงานของลูกจ้างอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย ส่งผลให้ผู้ประกันตนกลุ่มที่เหลือยังไม่ได้รับเงิน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะมีการยืนยันจากนายจ้างหรือเจ้าของกิจการแล้วว่า ได้ยื่นรับรองการหยุดงานไปแล้ว แต่มีพนักงานโรงแรม และพนักงานร้านเสริมสวยบางแห่ง ที่ยังไม่รับเงินชดเชย หรือได้รับการชดเชยเพียงบางคนเท่านั้น ทั้งๆที่ทำงานอยู่ในสถานที่แห่งเดียวกัน ส่งเบี้ยประกันเข้ากองทุนประกันสังคมเท่ากัน แต่รับเงินชดเชยด้วยจำนวนเงินที่ไม่เท่ากันและไม่พร้อมกัน
นายเทพไท ยกตัวอย่างเช่น คนที่1 ได้รับเงินชดเชย 5,580 บาท คนที่2 ได้รับเงินชดเชย 5,766 บาท คนที่3 ได้รับเงินชดเชย 6,300 บาท ดังนั้น จึงขอตั้งคำถามต่อสำนักงานประกันสังคมว่า ทำไมผู้ประกันตนจึงได้รับเงินชดเชยไม่เท่ากัน และการที่มีผู้ประกันตนอยู่ 8 คน ทำไมได้รับการชดเชยไม่พร้อมกัน ตอนนี้ได้รับเงินชดเชยแล้ว 3 คน ยังคงเหลืออีก 5 คน ที่ยังไม่รับเงินชดเชยแต่อย่างใด
"ผมอยากให้สำนักงานประกันสังคมเร่งดำเนินการจ่ายเงิดชดเชยให้ผู้ประกันตนตามสิทธิ์ที่ควรได้รับโดยเร็ว และขอถามถึงมาตรฐานรวมถึงหลักเกณฑ์แนวทางในการปฏิบัติต่อผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เป็นอย่างไร ถ้าหากสำนักงานประกันสังคมยังปฎิบัติหน้าที่แบบลักลั่น และล่าช้าเช่นนี้ อาจจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกันตน ที่มีต่อกองทุนประกันสังคมในอนาคตได้ จึงขอให้แก้ไขจุดอ่อน และข้อบกพร่อง เพื่อเรียกความเชื่อกลับมาให้เร็วที่สุด"นายเทพไท กล่าว