เนชั่นทีวี

ข่าว

รวบอดีตผู้หมู่ 191 ตั้งแก๊งรีดทรัพย์ ผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด

29 เม.ย. 2563 | sitthichai_nak

รวบอดีตผู้หมู่ 191 ตั้งแก๊งรีดทรัพย์ ผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด

อดีตสิบตำรวจโท ผันตัวตั้งแก๊งนอกรีต อาศัยข้อมูลสมัยเป็นผู้หมู่สายตรวจ 191 เข้าถึงผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องคดียาเสพติด ก่อนยกพวกบุกอุ้ม รีดไถเงิน ปล้นทรัพย์ ยัดข้อหาในพื้นที่ พระโขนง ทุ่งมหาเมฆ แต่ถูกตำรวจนครบาล เข้ารวบตัวส่งท้องที่ ก่อนออกล่าอีก 2 ผู้ต้องหา

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 29 เมษายน 2563 ที่ กองกำกับการสืบสวนนครบาล 5(กก.สส.บก.น.5) พันตำรวจเอกปิโยรส กัณหะสิริ ผก.สส.บก.น.5 พร้อมด้วยชุดจับกุมร่วมทำบันทึกจับกุมนายสกล แสงพวง หรือฝน อายุ 36 ปี ชาวนครสวรรค์ขณะหลบหนีไปกบดาน ที่บ้านเกิดในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลหูกวาง อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อช่วงเช้า วันนี้(29 เมษายน)ที่ผ่านมา


โดยผู้ต้องหารายนี้ มีหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง เมื่อเดือนตุลาคม 2560 ข้อหาปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนในการกระทำความผิด ท้องที่ สน.พระโขนงหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อเดือนกันยายน 2560 ข้อหาร่วมกันบุกรุกโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปในเวลากลางคืน และทำให้เสียทรัพย์ ท้องที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ

ทั้งนี้ ก่อนถูกจับกุมมีประวัติ เป็นอดีตข้าราชการตำรวจ ยศสิบตำรวจโท สังกัด กองบังคับการสายตรวจและปฏฺิบัติการพิเศษ หรือ 191 เมื่อปี 2557แต่เนื่องจากมีผู้เสียหายหลายรายร้องทุกข์ว่า ถูก สิบตำรวจโทสกล (ยศในขณะนั้น) เรียกเอาทรัพย์สินแลกกับการไม่ดำเนินคดีข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งการตรวจสอบของผู้บังคับบัญชาเวลานั้น พบว่าทำความผิดจริง จึงมีคำสั่งให้ สิบตำรวจโทสกล ออกจากราชการ


ต่อมา ชุดจับกุมสืบทราบว่า อดีตข้าราชการตำรวจรายนี้ ไม่ละเลิกพฤติกรรมดังกล่าวยังร่วมกันกับพรรคพวกซึ่งเป็นสายคดียาเสพติด แอบอ้างตัวเป็นตำรวจเข้าตรวจสอบผู้ต้องสงสัยและเรียกรับเงินจากการกระทำดังกล่าวอยู่เสมอ

โดยคดีที่ สน.พระโขนง นายสกล ได้ร่วมกันกับพวกที่ยังหลบหนีอีก 2 คน ใช้อาวุธปืนเข้าไปบีบบังคับพยายามยัดข้อหายาเสพติดให้กับผู้เสียหายรายหนึ่ง โดยอุ้มผู้เสียหายเข้าเซฟเฮ้าส์แล้วไม่สามารถเรียกรับเงินได้ จึงก่อเหตุปล้นรถยนต์ของผู้เสียหายหลบหนีไป 1 คัน ส่วนคดีที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้ร่วมกันกับพวกที่ยังหลบหนีชุดเดิม พยายามบุกรุกเข้าไปจับกุมเหยื่อผู้ต้องสงสัยอีก 1 รายในบ้านพัก เป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหายประมาณ 20,000 บาท ต่อมาจึงถูกแจ้งความและถูกศาลออกหมายจับ กระทั่งชุดจับกุมติดตามรวบตัวมาได้ในที่สุด


ด้านนายสกล ให้การยอมรับว่า หนีคดีไปตามสถานที่ต่างๆ มาได้เกือบ 3 ปี แต่เพราะวิกฤติโควิด-19 จึงต้องเสี่ยงกลับมาที่บ้านเกิด โดยไม่คิดว่าตำรวจจะรู้ความเคลื่อนไหว ทั้งยังยอมรับว่า คลุกคลีกับพรรคพวกในวงการตำรวจและสายลับคดียาเสพติด ทำให้ทราบข้อมูลว่าผู้ใดมีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับยาเสพติดก็จะยกพวกไปทำการตรวจสอบ ส่วนคดีที่ สน.พระโขนง รถยนต์ที่ทำการปล้นมาจากผู้เสียหาย ไม่ได้อยู่กับตน แต่มีพรรคพวกในทีมขับหลบหนีไปส่วนอาวุธปืนของตนนั้นได้จำนำไว้กับเพื่อนตำรวจไปนานแล้วไม่สามารถติดต่อได้ และไม่เคยนำพาไปก่อเหตุแต่อย่างใด


ทั้งนี้ ชุดจับกุม เตรียมแจ้งข้อหาตามที่ศาลได้อนุมัติหมายจับ ก่อนจะประสานพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง และ สน.ทุ่งมหาเมฆ เจ้าของท้องที่ที่เกิดเหตุให้มาอายัดตัวไปดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนคนร้ายอีก 2 รายที่ยังหลบหนี จะติดตามมาดำเนินคดีต่อไป

ข่าวล่าสุด