นายภีรภัทร แพต้อง และ นางสาว พรชิตา แพต้อง คนในครอบครัวของ น.ส.สมปอง พุธซ้อน อายุ 43 ปี ที่ถูกระบุว่าเสียชีวิตเพราะป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 รายแรกของจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับผู้ตายและคนในครอบครัวที่ยังมีชีวิตอยู่ เนื่องจากมีผลตรวจจากแพทย์ในเวลาต่อมายืนยันว่า น.ส.สมปอง เสียชีวิตด้วยสาเหตุอื่น และผลการตรวจชิ้นเนื้อที่ตัดจากปอดก็ไม่พบเชื้อโควิดนี่คือเอกสารรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 15 เมษายน รายงานผลตรวจหาเชื้อโควิด ที่ส่งจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดชลบุรี ที่ส่งตรวจชิ้นเนื้อของ น.ส.สมปอง ไปตรวจพิสูจน์ และยืนยันว่าไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
สอดคล้องกับผลตรวจของโรงพยาบาลสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ผู้ตายเข้ารับการรักษาก่อนเสียชีวิต ระบุความเห็นแพทย์ว่า ผลการตรวจชิ้นเนื้อที่ตัดจากปอดทั้ง 4 ชิ้น ไม่พบเชื้อโควิด-19 แต่ในการวินิจฉัยโรคช่วงที่เข้ารับการรักษา เมื่อวันที่ 6 เมษายน แพทย์วินิจฉัยว่าติดเชื้อในกระแสโลหิต เข้าข่ายผู้ต้องสงสัยติดเชื้อโควิด-19 จากนั้นผู้ป่วยถูกส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัด และเสียชีวิต
น.ส.สมปอง มีภูมิลำเนาอยู่ที่ ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต มีอาชีพชายอาหารที่โรงงานแห่งหนึ่งในอำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา เริ่มมีอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน เข้าโรงพยาบาลวันที่ 6 เมษายนที่โรงพยาบลสนามชัยเขต และถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลในตัวจังหวัดก่อนจะเสียชีวิต มีการแจ้งสาเหตุการตายว่าสงสัยเป็นโควิด-19 และกลายเป็นผู้เสียชีวิตจากโควิดรายแรกของจังหวัด จนเป็นข่าวดัง และมีการแถลงโดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือ ศบค.ด้วย
จากนั้นมีการออกใบมรณบัตร ระบุว่าเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อและปรสิต ญาติก็รับศพไปฌาปนกิจที่วัดในตำบลท่ากระดาน ขณะที่ทางสาธารณสุขจังหวัดก็ลงพื้นที่ไปกักตัวผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ตาย และประสานไปยังโรงงานที่ผู้ตายไปขายอาหาร ให้ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ และปิดโรงงานเป็นเวลา 3 วัน
เรื่องก็ทำท่าจะจบลง แต่ต่อมามีการรายงานผลตรวจยืนยันว่าผู้ตายไม่ได้เสียชีวิตเพราะโควิด แต่เป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง ทำให้ญาติของนางสาวสมปองออกมาร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพราะตั้งแต่นางสาวสมปองเสียชีวิตไป และมีข่าวว่าตายเพราะโควิด ก็ทำให้คนในหมู่บ้านรังเกียจ ได้รับผลกระทบกับครอบครัวเป็นอย่างมาก ขณะที่ทางโรงงานที่นางสาวสมปองเคยไปขายของ ก็ไม่อนุญาตให้คนในครอบครัวกลับไปขายของอีก และไม่เคยได้รับการช่วยเหลือใดๆ จากทางราชการ
เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมได้รับเรื่องเอาไว้ และได้ต่อโทรศัพท์ให้ญาติของนางสาวสมปอง ได้พูดคุยเบื้องต้นกับ นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ปรากฏว่าผู้ว่าฯรับปากว่าจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อไป