ต้อมหยุดไปนานแค่ไหน?
ต้อม : "รวมๆ ก็เดือนกว่าแล้วค่ะ ทั้ง 3 สาขาพร้อมกันเลยค่ะ พอประกาศวันที่ 21 วันที่ 22 ก็ปิดหมด"ผลกระทบมากน้อยแค่ไหน?
ต้อม : "ผลกระทบเรื่องแรกคือลูกน้อง ต้องยอมรับว่าเด็กหรือบุคลากรที่มีอาชีพช่างทำผม ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการเตรียมการล่วงหน้ากับชีวิตเท่าไหร่ อีกอย่างชีวิตเขามาจากต่างจังหวัด รายได้ก็ถูกส่งกลับบ้านซะส่วนใหญ่ ก็เลยไม่ได้เตรียมเงินให้ตัวเอง พอถูกสั่งปิดปุ๊บ เราก็บอกว่าคนไหนที่อยู่ต่างจังหวัดให้ยูกลับบ้านต่างจังหวัด เพราะกลับบ้านยังมีข้าวกิน แต่อยู่ที่นี่มีแค่รายจ่ายอย่างเดียว รายได้เป็นศูนย์แน่นอน เราซัปพอร์ตเขาในระดับหนึ่ง แต่ถึงขนาดอยู่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ยาก"
จ่ายเงินเดือนเขามั้ย?
ต้อม : "จ่ายค่ะ ถึงจะทำไม่เต็มเดือนแต่เราคิดให้เต็มเดือนอยู่แล้ว ส่วนที่สองต้องมานั่งดูก่อนว่าใครต้องกลับบ้านต่างจังหวัด เราบอกว่ากลับเถอะเพราะเราเห็นวี่แววว่ามันไม่รู้ทิศทางแน่นอน สองในส่วนที่ไม่กลับต้องแจ้งให้เรารู้ ลูกน้องต้อมมีประมาณ 20 คน 3 สาขา เราต้องรู้ว่าเราต้องให้ความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง เรื่องกินสำคัญมาก อย่างน้อยถ้าคุณกลับไม่ได้เราจะช่วยคุณเรื่องอาหารการกิน ทุกวันนี้เราก็ทำไปช่วยคนอื่นอยู่แล้ว เราไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องใหญ่"
เขาได้รับการเยียวยามั้ย?
ต้อม : "ตามมาตรการที่เราต้องดูแลในรูปแบบบริษัท คนไหนมีประกันสังคมเราต้องเตรียมเรื่อง จัดทำเรื่องให้เขา ให้เขาเซ็นเอกสารอะไรก็ตาม แต่ในส่วนที่เขาไม่ได้ส่งประกันสังคม เขาเป็นอาชีพอิสระ บางคนเป็นพาร์ทไทม์ เราก็รีบแจ้งว่าคุณต้องรีบทำเอกสารเดี๋ยวจะไม่ทันการ เพราะรู้ว่าระบบมันยุ่งยากนิดนึง แล้วก็เช็กว่าเขาได้เงินหรือไม่ได้เงินมั้ย"ตอนเปิดเขามีเงื่อนไข ให้ตัดสระไดร์ รายได้จาก 3 อย่างคุ้มเปิดมั้ย?
ต้อม : "ไม่พอ (หัวเราะ) อยู่ยากค่ะ เพราะต้องยอมรับว่ากิจการร้านทำผม เราอยู่ได้ด้วยงานเคมี ทำสี ดัดผม หรือทำทรีตเมนต์ หลักๆ การตัด สระ ไดร์ ไม่ใช่รายได้หลัก ต้องยอมรับเรื่องนี้"
แล้วจะเปิดมั้ย?
ต้อม : "เปิดค่ะ คือวินาทีตรงนี้ต้อมว่าไม่ใช่แค่ตัวเองต้องมองเผื่อลูกน้อง สมมติเด็กบางคนเขาแค่รับทราบข่าวสารโดยทั่วๆ ไป เขาก็จะทราบแค่ว่า 1 พ.ค. ได้เปิดแล้ว เราก็ยังไม่ได้คอนเฟิร์มกับเขา แต่บอกเขาว่าถ้าคุณกลับมาจากต่างจังหวัดมากรุงเทพฯ คุณต้องกักตัวเองก่อน 14 วัน ไม่งั้นพี่ไม่ให้มาทำงาน มันอันตรายร้าน อันตรายลูกค้า"
มันไม่คุ้ม แต่จะเปิดเพราะอะไร?
ต้อม : "ตัวเราเองอยู่กับบ้าน เราอยู่คอนโด กล่องสี่เหลี่ยมเครียดมาก ต้อมว่าการที่ได้เราได้ออกมาทำงาน ทำความสะอาดร้าน ได้พูดคุยกับลูกน้อง จิตพวกเขาก็จะดีขึ้น อย่างน้อยขอให้เขามาเจอ"
การขาดทุนตรงนี้ก็ซื้อจิต?
ต้อม : "ซื้อจิตเขาด้วย แล้วมันเหมือนแฟมิลี่ มันยังมีการแลกเปลี่ยน อาหารการกินเป็นยังไง เขามาอยู่ในอาณาจักรที่เราจะดูแลเขาได้ง่ายขึ้น"
โซเชียลดีสแทนซิ่งทำได้มั้ย?
ต้อม : "ทำได้สำหรับร้านที่มีสเกลขนาดใหญ่หน่อย โดยปกติการสร้างสเตชั่นร้านต้อม ระยะเกิน 1 เมตรอยู่แล้ว ก็ให้เว้น เพราะสเปซเราพอ เราต้องรับลูกค้าเป็นรอบ ลูกค้าที่จองมาเราก็ลงบุ๊คส์ มารอในร้าน หน้าร้านไม่ได้ มาตามนัดเท่านั้น สองถ้าวอล์กเข้ามา อะพอยเมนต์เท่านั้น เราต้องยอม หนึ่งเขาจะมาขังอยู่ตรงนี้ไม่ได้ เบอร์โทรศัพท์เขาเดี๋ยวเราตาม"
เขาให้ทำความสะอาดทุก 2 ชม. ไหวมั้ย?
ต้อม : "ต้อมทำความสะอาดตลอดเวลา ในกรณีโรคระบาด อินดิแอร์สำคัญมาก ต้อมมีสเปรย์ตัวที่เป็นขวด หัวที่ฉีดแล้วฟู่หน่อย เราต้องประชุมเด็กก่อนเปิดอยู่แล้ว"
ถึงแม้ให้เปิด แต่คนกลัวแล้วไม่ไป คิดถึงเรื่องนี้มั้ย?
ต้อม : "ตอนแรกต้อมคิด หลังจากปิดไปไม่ถึงเดือน ต้อมรับโทรศัพท์ลูกค้าเยอะมาก ทำให้รู้เลยว่าเรื่องตัดผมเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตผู้ชาย เฮ้ย ชีวิตเราไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ บางคนทนไม่ได้จริงๆ นะ บางคนส่งแมสเซสเข้ามาในไลน์ของร้านบอกว่าคุณต้อมมีเรื่องเดือดร้อนให้ช่วย จำเป็นจริงๆ ต้องการเบอร์ช่างคนนี้ในร้านคุณต้อม เขาทนไม่ไหวแล้ว ระหว่างความน่ากลัวของโรคกับความน่ากลัวของผม อะไรน่ากลัวกว่า เขากลัวผม"
"คุณศิริพจน์ ตุ่มศิริ" ที่ปรึกษาสมาคมช่างผม ช่างเสริมสวย เขาจะให้เปิดแต่มีเงื่อนไขมากมาย เงื่อนไขต่างๆ อันไหนที่รับได้ อันไหนรับไม่ได้?
ศิริพจน์ : "ใส่หน้ากากรับได้ อยู่ห่างกันรับได้ ห้ามมาอยู่ในร้าน จองเท่านั้นรับได้"