ที่นั่นจึงมีทางเลือกให้กับคนที่ไม่อยากออกจากบ้าน ก็คือ "ตลาดติดล้อ" หรือ "รถโชเล่ย์ขายอาหาร" ที่ตระเวนไปเคาะถึงหน้าประตูบ้านในทุกชุมชน คล้าย ๆ "รถพุ่มพวง" ในภูมิภาคอื่น ๆ
ทุกๆ เช้า บรรดามอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง หรือ "รถโชเล่ย์" ตามภาษาที่คนในพื้นที่ปลายด้ามขวานเขาเรียกกัน จะพากันออกตระเวนขายอาหารสด ผักสด และอาหารปรุงสำเร็จ รวมถึงขนมหวานและผลไม้ กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในภาวะโรคระบาด โดยเฉพาะกับคนที่ไม่มีความจำเป็นต้องออกนอกบ้าน หรือคนที่ต้องกักตัวเอง 14 วัน พูดง่าย ๆ คือแม้จะอยู่กับบ้าน แต่ก็มีอาหารมาส่ง มาเสนอขาย ให้มีกินเพื่อดำรงชีพ
แต่ละวัน "ตลาดติดล้อ" เหล่านี้ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อไปถึงตลาดให้ทัน 6 โมงเช้า เพราะจะมีของให้เลือกซื้อมาก เมื่อจ่ายตลาดเสร็จก็นำของที่ได้มาจัดวางบนรถโชเล่ย์ จากนั้นประมาณ 9 โมงก็เริ่มออกรถไปขายตามชุมชน
พ่อค้าตลาดติดล้อ บอกว่า รายได้จากการขายของเร่แบบนี้ ถือว่าพอเลี้ยงครอบครัวในแต่ละวันได้เลย แถมยังขายได้ทุกวัน ขายหมดเพราะะมีลูกค้ารอซื้อแน่นอน ถามว่ากลัวโควิดมั้ย ทุกคนตอบว่ากลัว แต่ก็ต้องขาย ใช้วิธีใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อลดการสัมผัสเชื้อโรค
แม้โควิด-19 จะระบาดไปทั้งโลก และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นพื้้นที่สีแดงในสถานการณ์นี้ แต่วิถีของของคนทำมาค้าขายก็ยังต้องดำเนินต่อไป