เนื่องจากไปขับรถส่งของที่ต่างจังหวัดอีกประมาณ1-2วัน จะเดินทางกลับมาแล้วจึงจะเดินทางเข้าไปพบพนักงานสอบสวน สภ.นางรองเพื่อให้ข้อมูลและแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าไม่ได้กดถอนเงินไป
จากการสอบถามนายดาว (ขอสงวนนามสกุล)อายุ54ปี พ่อตาของนายสมปองบอกว่าช่วงที่ไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ลูกเขยก็จะไปคอยดูแลเฝ้าไข้ และซื้อของให้ตลอด ซึ่งวันเกิดเหตุ ลูกเขยจะออกไปซื้อของข้างนอกผู้ป่วยที่อยู่เตียงติดกันก็ได้ไหว้วานให้ลูกเขยไปช่วยนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเช็คยอดเงินในบัญชีให้ โดยให้บัตรเอทีเอ็มไป2ใบบอกว่าให้เช็คยอดเงินเยียวยา5,000บาท กับเงินสวัสดิการคนจนให้พอลูกเขยกลับมาก็บอกว่าบัตรที่ให้เช็คยอดเงินเยียวยา5,000บาท มีเงินในบัญชี2,000บาท ซึ่งลูกเขยก็ยังเล่าให้ตนเองฟังว่าทำไมมี2,000บาท
ส่วนที่ลูกเขยถูกกล่าวหาว่า น่าจะเป็นคนถอนเงินไป3,000บาทนั้น ก็รู้สึกเสียใจ ทั้งที่หวังดีไปช่วยเช็คให้แต่กลับมาถูกกล่าวหาว่าถอนเงินไปยืนยันว่าครอบครัวตนเองไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองส่วนลูกเขยก็มีงานทำมั่นคงและเป็นคนใจบุญชอบทำบุญเชื่อว่าลูกเขยไม่ได้กดถอนเงินของผู้ป่วยคนดังกล่าวอย่างแน่นอนและลูกเขยบอกว่าอีก1-2วันกลับจากส่งของก็จะไปพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
พ.ต.ต.ศิวัฒน์กังศรานนท์สารวัตรสืบสวน สภ.นางรอง ได้นำข้อมูลติดต่อกลับ ทางธนาคารเจ้าของบัญชี เพื่อตรวจสอบที่มาของบัญชี และตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่าใครเป็นผู้นำบัตรของผู้เสียหายไปกดถอนเงินหรือไม่อย่างไร คาดว่าจะทราบข้อเท็จจริงเร็วๆ นี้