ด่วน!! "ศบค." เคาะแล้ว ต่อ "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" อีก 1 เดือน
27 เม.ย. 2563 | thanita_boo

ด่วน ที่ประชุม "ศบค." เคาะ ต่อ "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" อีก 1 เดือน ผ่อนปรน ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้ โดยพิจารณาตามความเหมาะสม ย้ำ ความปลอดภัยของประชาชนสำคัญที่สุด
ข่าว
27 เม.ย. 2563 | thanita_boo

ด่วน ที่ประชุม "ศบค." เคาะ ต่อ "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" อีก 1 เดือน ผ่อนปรน ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้ โดยพิจารณาตามความเหมาะสม ย้ำ ความปลอดภัยของประชาชนสำคัญที่สุด
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่าการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้พิจารณาการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปอีก1 เดือน หลังจากที่จะครบกำหนดในวันที่ 30 เม.ย.นี้ซึ่งเป็นไปตามที่ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานด้านสาธารณสุขมีความเห็นตรงกัน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมาตรการผ่อนปรนการล็อกดาวน์ต่างๆนั้นจะอนุญาติให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้ โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสมและสิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชน
นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ประจำวัน จันทร์ที่ 27 เมษายน 2563 พบผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่ 9 คน ยอดผู้ป่วยสะสม 2931 คนหายแล้ว 2609 คนเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเสียชีวิต 52 ราย
โดยผู้เสียชีวิตรายที่ 52 เป็นหญิงชายอายุ 64 ปีประกอบอาชีพแม่บ้านมีโรคความดันโลหิตสูงมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันในครอบครัวซึ่งครอบครัวนี้มีผู้ป่วยทั้งสิ้น 5 คน วันที่ 2 เมษายนมีอาการไข้ ไอ หอบเหนื่อย รักษาที่โรงพยาบาลชุมชน จังหวัดภูเก็ต วันที่ 8 เมษายน มีการตรวจหาเชื้อพบเป็นผู้ป่วยยืนยัน แล้ววันที่ 10 เมษายนอาการรักษาแย่ลง จึงส่งต่อมารักษาตัวที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด จากผลการเอกซเรย์พบว่ามีปอดอักเสบรุนแรง ค่าไตลดลง จนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิตวันที่ 26 เมษายนด้วยอาการระบบหายใจล้มเหลว และไตวายเฉียบพลัน
ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อทั้ง 9 คนแบ่งเป็นมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน 3 คนการเข้าหาเชิงรุกในพื้นที่จังหวัดยะลา 4 คน อยู่ในสถานกักกันโรคของกรุงเทพฯ 2 คนซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากสหรัฐอเมริกา โดยผู้ติดเชื้อกระจายอยู่ทั่วประเทศแบ่งเป็นพื้นที่ยะลา 5 คนกรุงเทพฯ 2 คนภูเก็ต 1 คนสุพรรณบุรี 1 คน
โดยคนไทยที่จะเดินทางกลับจาก ต่างประเทศในวันที่ 27 เมษายนเป็นคนไทยเดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นจำนวน 35 คนเที่ยวบิน JL 031 เวลา 15.40 น คนไทยกลับจากประเทศเนเธอร์แลนด์ 25 คนเที่ยวบิน KL 875 เวลา 17.00 น และเดินทางกลับจากประเทศนิวซีแลนด์เที่ยวบิน TG 492 จำนวน 168 คนในเวลา 20.15 น และในวันที่ 28 เมษายนจะมีคนไทยเดินทางกลับมาจากประเทศสเปนจำนวน 12 คนเที่ยวบิน IB 2833 เวลา 11.55 น. และมีคนไทยเดินทางกลับจากประเทศอินเดียรัฐนิวเดลี จำนวน 200 คน เที่ยวบิน xw 305 เวลา 07.10 น
โดยคนไทยเดินทางกลับเข้าประเทศผ่านจุดแดนทางบก รวมทั้งสิ้น 4,174 คนผ่านการลงทะเบียน 3,131 คน และไม่ลงทะเบียน 1,043 คน
ส่วนการรายงานสถานภาพ State Quarantine ประจำวันที่ 27 เมษายนมีจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 5,468 ห้อง จำนวนผู้กับตัวสะสม 3,379 คน เข้าพัก 2132 ห้อง อยู่ระหว่างการกักตัว 2,150 คนโดยเป็นในวันนี้ 228 คน คงเหลือห้องพักทั้งสิ้น 3,336 ห้อง และสามารถกลับบ้านได้แล้ว 1,229 คน
ด้านการฝ่าฝืนกันห้ามออกนอกเคหสถานหรือประกาศเคอร์ฟิวในเวลา 22 ถึง 4:00 นพบผู้ฝ่าฝืนกระทำความผิดออกนอกเคหสถาน 449 คนแบ่งเป็นตักเตือน 60 คนและดำเนินคดี 389 คน นอกจากนั้นยังมั่วสุมจำนวนทั้งสิ้น 59 คนเป็นการดำเนินคดีทั้งหมด
ซึ่งจากการหารือที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผอ. ศูนย์ ได้ให้แนวทาง 4 ระยะที่1 25 % ระยะที่ 2 50% ระยะที่3 75% และระยะที่ 4 100% ซึ่งแต่ละระยะต้องใช้เวลาการทบทวน 14 วัน พร้อมกับให้มีการประเมินมาตรการต่างๆในการควบคุมโรค ซึ่งหากมาตรการต่างๆประกาศออกมาแล้วได้ผลก็จะเปิดต่อไปแต่หากมีปัญหาก็จะปิดลง ซึ่งในที่ประชุมเป็นห่วงอย่างหนักคือการระบาดในรอบที่ 2 น่าจะทำให้เกิดความสูญเสียมากมาย ทำให้การทำงานที่ผ่านมานั้นล้มเหลวทั้งหมด
ซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ได้คาดการณ์สถานการณ์ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมได้ 3 แนวทางประกอบด้วยสถานการณ์ที่ควบคุมได้เต็มที่คือห้ามการเดินทางเข้าประเทศการจำกัดการเคลื่อนย้ายภายในประเทศและคงมาตรการปิดสถานที่ต่างๆจะพบผู้ป่วยปราย 15-30 รายต่อวัน // ส่วนสถานการณ์ที่ 2 เป็นสถานการณ์ที่ควบคุมได้มีความเสี่ยงต่ำการระบาดอยู่ในวงจำกัดระบบสาธารณสุขรองรับได้โดยการชะลอการเข้าประเทศโดยมี HQ/LQ เป็นเปิดให้ภาคธุรกิจมีความเสี่ยงต่ำดำเนินกิจการได้พบผู้ป่วย 40-70 รายต่อวัน // และสถานการณ์สุดท้ายสถานการณ์ควบคุมได้ยากมีการระบาดซ้ำค้าช่วงเหตุการณ์ระบาดจากสนามมวยสถานบันเทิงมีการเคลื่อนย้ายประชาชนจำนวนมากถ้ามีการติดเชื้อ 500-2000 คนต่อวัน
ด้านพลเอกสมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้ประเมินการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้การดำเนินการของข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพและมีเอกภาพรวมไปถึงทันท่วงทีเป็นผลทำให้ผู้ติดเชื้อรายวันภายในประเทศมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้หน่วยงานด้านการข่าวได้ทำให้การสำรวจความคิดเห็นของประชาชน 4 000 คนพบว่าจำนวนประชาชนกว่าร้อยละ 70 เห็นด้วยกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล จึงพิจารณาการขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 1 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31 พฤษภาคม 2563
ซึ่ง 4 มาตรการที่จะต้องคงไว้คือการควบคุมการเดินทางเข้าราชอาณาจักรทั้งทางบกทางน้ำทางอากาศขยายการท่าอากาศยานบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราวออกไปอีก 1 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31 พฤษภาคม งดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดโดยไม่มีเหตุจำเป็น ห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานหรือเคอร์ฟิวในเวลา 22.00 - 04.00 น งดการดำเนินกิจกรรมคนหมู่มากถ้าประชาชนเข้าไปในพื้นที่หรือสถานที่ซึ่งมีคนจำนวนมากไปทำกิจกรรมร่วมกันหรือเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคเป็นการชั่วคราว
แนวทางการผ่อนปรนมาตรการบังคับใช้กฎหมาย มีแนวคิดต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านสาธารณสุขเป็นหลักและนำปัจจัยอื่นมาประกอบพิจารณา และยังคงร้อยละ 50 การทำงานที่บ้านหรือ work from home ส่วนวิธีการดำเนินการจะต้องพิจารณาจากประเภทของกิจกรรมที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเป็นลำดับแรกและทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงกำกับให้กิจกรรมนั้นต้องประกอบด้วย การเว้นระยะห่างทางสังคม การวัดอุณหภูมิแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเจลล้างมือ การจำกัดจำนวนคนในกิจกรรมให้เหมาะสมต่อกิจกรรมและสถานที่ และมีแอพพลิเคชั่นติดตามตัวหากเป็นไปได้หรือใช้การลงทะเบียน
พร้อมสั่งการสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไปคือเร่งรัดการตรวจเชื้อโควิด- 19 ให้กับประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง และมีการใช้เทคโนโลยีติดตามเพื่อตรวจกิจกรรมควบคู่ไปอย่างมีประสิทธิภาพพร้อม กับต้องมีการประเมินผลกำหนดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ทุกวงรอบ 14 วัน ซึ่งหากควบคุมได้ดีก็จะสามารถผ่อนคลายมาตรการเพิ่มเติมและการขยายพื้นที่ แต่หากไม่ดีขึ้นก็จะระงับการผ่อนคลายทันที
นอกจากนี้สภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติได้เสนอมาตรการการผ่อนปรน ในธุรกิจต่างๆ โดยแบ่งธุรกิจได้เป็น 4 อย่างสีขาวสีเขียวสีเหลืองและสีแดง สีขาวคือมีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน สถานประกอบการขนาดเล็กอยู่ในที่โล่งแจ้ง สีเขียว ยังธุรกิจขนาดเล็กรวมถึงติดแอร์ และไม่มาก หรือสนามออกกำลังกายกลางแจ้ง สีเหลือง มีพื้นที่ติดจำนวนคนมากๆ สวนสีแดง พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง อย่างสนามมวย สถานบันเทิง โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ เลือกกิจการมาแล้วสามารถเปิดได้ทั่วทั้งประเทศ ไม่ใช่เปิดได้เพียงบางพื้นที่ โดยมอบให้สภาพัฒน์ ไปพูดคุยในรายละเอียดและนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.ในวันพรุ่งนี้ต่อไป
ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจจำหน่ายสุราขอเงื่อนไขการขายแบบเดลิเวอรี่ จำกัดช่วงเวลา 14:00 นถึง 17:00 นนั้น นายแพทย์ทวีศิลป์ระบุว่าในที่ประชุมไม่ได้มีการหารือในประเด็นดังกล่าวต้องให้กลุ่มที่ปรึกษาไปหารือกันมา แต่หากมีปัญหาอะไรให้ผ่านทางสมาคมมาก่อน