"รวมทั้งขอรับการสนับสนุนจากสายการบินของญี่ปุ่นที่มีเที่ยวบินจากไทยให้เพิ่มพื้นที่ในการขนส่งสินค้าทางอากาศ เพื่อขยายการส่งออกสินค้าผลไม้ของไทยในช่วงโควิด-19 ซึ่งตนได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศดำเนินการร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย"
ส่วนในเรื่อง RCEP ญี่ปุ่นพร้อมร่วมมือกับไทยเพื่อให้สามารถลงนามความตกลงได้ ภายในปี 2563 โดยหวังว่าจะมีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพื่อให้สมาชิกสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเต็มที่และบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากโควิด-19 รวมถึงยังเห็นพ้องที่จะผลักดันให้อินเดียกลับมาเข้าร่วมการเจรจาต่อไป
ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยมีการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย ญี่ปุ่น (JTEPA) ตั้งแต่ปี 2550 ส่งผลให้ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย โดยในปี 2562 การค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่นมีมูลค่า 57,780 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกไปญี่ปุ่นมูลค่า 24,558 ล้านเหรียญสหรัฐ ในสินค้า เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไก่แปรรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์พลาสติก เป็นต้น และไทยนำเข้าจากญี่ปุ่นมูลค่า 33,222 ล้านเหรียญสหรัฐ ในสินค้า เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น และในปี 2563 (ม.ค.-มี.ค.) การค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่นมีมูลค่า 13,903 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกไปญี่ปุ่นมูลค่า 6,061 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทยนำเข้าจากญี่ปุ่นมูลค่า 7,842 ล้านเหรียญสหรัฐ