เนชั่นทีวี

ข่าว

ราชกิจจาฯ ประกาศ ชะลอชำระหนี้ SMEs ที่กระทบจากโควิด-19

23 เม.ย. 2563 | nathaorn

ราชกิจจาฯ ประกาศ ชะลอชำระหนี้ SMEs ที่กระทบจากโควิด-19

เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๓ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส๑. ๓/๒๕๖๓ เรื่อง การชะลอการชำระหนี้แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส๑. ๓/๒๕๖๓
เรื่อง การชะลอการชำระหนี้แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
๑. เหตุผลในการออกประกาศ
สืบเนื่องจากผลกระทบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ขยายวงกว้าง ยืดเยื้อและมีแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประกอบกับผลกระทบจากมาตรการที่รัฐก าหนดให้ประชาชนต้องปฏิบัติอันเป็นการระงับ ยับยั้ง หรือแก้ปัญหาอันเกิดจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสดังกล่าว จึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและเป็นแหล่งจ้างงานที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน โดยจำเป็นต้องมีมาตรการครอบคลุมทั้งการลดภาระหนี้การเสริมสภาพคล่อง การส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตลอดจนการชะลอการชำระหนี้ของธุรกิจให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ที่คาดว่าจะลดลงอย่างรุนแรงจากผลการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงได้มีการตราพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. ๒๕๖๓เพื่อป้องกันมิให้เกิดสภาวะการขาดสภาพคล่องของภาคธุรกิจและการผิดนัดช าระหนี้ของภาคธุรกิจในวงกว้าง โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งให้สถาบันการเงินชะลอการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยของผู้ประกอบวิสาหกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบวิสาหกิจไม่ต้องมีภาระในการชำระหนี้แก่สถาบันการเงินในช่วงเวลาหนึ่ง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและการดำเนินงานของสถาบันการเงินด้วยจึงจำเป็นต้องออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการชะลอหนี้เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
๒. อำนาจตามกฎหมาย
อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. ๒๕๖๓
๓. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. ๒๕๖๓

๔. เนื้อหา
๔.๑ คำจำกัดความในประกาศนี้
"พระราชกำหนด" หมายความว่า พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. ๒๕๖๓
"ผู้ประกอบวิสาหกิจ" หมายความว่า ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมซึ่งเป็นวิสาหกิจที่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน "กลุ่มธุรกิจ" หมายความว่า บุคคลหลายคนที่ฐานะการเงินและความสามารถในการชำระหนี้มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดจนเสมือนว่าการให้สินเชื่อแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นการให้สินเชื่อแก่บุคคลเดียวกันเป็นสำคัญ เช่น บริษัทแม่ บริษัทลูกบริษัทร่วม ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้น ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่(Single Lending Limit)
"สถาบันการเงิน" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินซึ่งประกอบธุรกิจให้สินเชื่อ
๔.๒ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการชะลอการชำระหนี้
๔.๒.๑ ให้สถาบันการเงินชะลอการช าระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยของผู้ประกอบวิสาหกิจเป็นระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันถัดจากวันที่ลงในประกาศนี้ โดยไม่ต้องมีข้อตกลงหรือทำสัญญาใดๆกับผู้ประกอบวิสาหกิจ ทั้งนี้ สถาบันการเงินยังคงคิดดอกเบี้ยตลอดระยะเวลาที่ชะลอการช าระหนี้ก็ได้การชะลอการชำระหนี้ตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบสิทธิของสถาบันการเงินในการใช้สิทธิเรียกร้องในทางคดีกับผู้ประกอบวิสาหกิจรายที่เลิกกิจการ หรือรายที่มีพฤติการณ์ทุจริตเพื่อให้ได้เงินสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
๔.๒.๒ ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับการชะลอการชำระหนี้ตามข้อ๔.๒.๑ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งมีสถานประกอบการและประกอบธุรกิจในประเทศไทย
(๒) มีวงเงินสินเชื่อรวมทั้งกลุ่มธุรกิจของผู้ประกอบวิสาหกิจที่มีกับสถาบันการเงินแต่ละแห่งไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาทณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ แต่ไม่รวมถึงวงเงินตามภาระผูกพัน วงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ วงเงินสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ และวงเงินสินเชื่อบัตรเครดิต

(๓) ไม่เป็นลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นสินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ สินทรัพย์จัดชั้นสูญ ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒
๔.๒.๓หนี้เงินต้นและดอกเบี้ยที่ได้รับการชะลอการชำระหนี้ ได้แก่ หนี้ที่มียอดหนี้คงค้างกับสถาบันการเงินในวันที่พระราชกำหนดมีผลใช้บังคับ
๔.๒.๔ การชะลอการช าระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยตามข้อ ๔.๒.๑ มิให้ถือว่าเจ้าหนี้ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ดังที่บัญญัติตามพระราชกำหนด จึงไม่ถือเป็นเหตุแห่งการผิดเงื่อนไขการชำระหนี้ตามสัญญา และไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่จะต้องรายงานวันที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้แก่บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ
๔.๒.๕ สถาบันการเงินต้องรับชำระหนี้จากผู้ประกอบวิสาหกิจรายที่ประสงค์จะชำระหนี้ในช่วงเวลาการชะลอการชำระหนี้ตามข้อ๔.๒.๑โดยจัดให้มีช่องทางตามสมควรเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบวิสาหกิจสามารถชำระหนี้ได้
๔.๒.๖ สถาบันการเงินต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับการชะลอการชำระหนี้ ตามข้อ๔.๒.๑แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจอย่างครบถ้วนเพียงพอโดยเร็วที่สุด โดยอย่างน้อยต้องมีข้อมูล ดังต่อไปนี้
(๑) สิทธิที่จะได้รับการชะลอการชำระหนี้
(๒) แนวทางการชะลอการชำระหนี้
(๓) ภาระหน้าที่ในการชำระหนี้
(๔) แนวทางการสละสิทธิที่จะได้รับการชะลอการชำระหนี้
(๕) การคิดดอกเบี้ยบนเงินต้นที่ได้รับการชะลอการชำระหนี้ หากสถาบันการเงินยังคงคิดดอกเบี้ยบนยอดหนี้คงค้างอย่างต่อเนื่อง
(๖) วิธีการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยที่คิดคำนวณในช่วงชะลอการชำระหนี้ซึ่งอาจต้องชำระภายหลังจากที่พ้นระยะเวลาการชะลอการชำระหนี้ตามประกาศนี้สถาบันการเงินอาจให้ข้อมูลแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจตามวรรคหนึ่งด้วยวิธีการแจ้งให้ผู้ประกอบวิสาหกิจรับทราบโดยตรง หรืออาจเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสถาบันการเงิน หรือช่องทางอื่น
๔.๓ วิธีการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยที่ชะลอไว้ในการเรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยที่คิดค านวณในช่วงชะลอการชำระหนี้ตามข้อ๔.๒.๑ให้สถาบันการเงินใช้วิธีที่จะไม่สร้างภาระกับผู้ประกอบวิสาหกิจมากจนเกินไป โดยไม่ให้เรียกเก็บเป็นเงินก้อนในครั้งเดียวเมื่อสิ้นระยะเวลาชะลอการชำระหนี้ ทั้งนี้ สถาบันการเงินสามารถเรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยดังกล่าวภายหลังจากที่พ้นระยะเวลาการชะลอการชำระหนี้ตามข้อ๔.๒.๑ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งหรือหลายวิธีการรวมกันตามที่ได้ตกลงกับลูกหนี้ ได้แก่ การเฉลี่ยเงินต้นและดอกเบี้ยไปเรียกเก็บตามงวดช าระหนี้ที่เหลือของสัญญา หรือเฉลี่ยในงวดท้ายๆ ของสัญญา หรือเรียกเก็บทั้งหมดในงวดสุดท้ายของสัญญา หรือขยายระยะเวลาการช าระหนี้ตามสัญญาออกไป โดยขอให้สถาบันการเงินคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบวิสาหกิจ รวมทั้งระยะเวลาชำระหนี้ที่เหลืออยู่ของสัญญาสินเชื่อเป็นสำคัญ
๕. วันเริ่มต้นบังคับใช้ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ลงในประกาศนี้เป็นต้นไปประกาศณ วันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓วิรไท สันติประภพผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยอ่านเพิ่มเติม >>ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยเรื่อง การชะลอการชำระหนี้แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ราชกิจจาฯ ประกาศ ชะลอชำระหนี้ SMEs ที่กระทบจากโควิด-19

ข่าวล่าสุด