เนชั่นทีวี

ข่าว

‘จุรินทร์’ชู 10 มาตรการหนุนอุตฯอาหารสำเร็จรูป 8.7 แสนล้าน

23 เม.ย. 2563 | orawan_jan

‘จุรินทร์’ชู 10 มาตรการหนุนอุตฯอาหารสำเร็จรูป  8.7 แสนล้าน

"จุรินทร์" นำทัพถกกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปมูลค่า 8.7 แสนล้านบาท ดัน 10 มาตรการเชิงรุกโปรโมทอาหารไทยนำรายได้เข้าประเทศช่วยเกษตรกร และรักษาส่งแบ่งตลาดส่งออกสินค้า 3 รายการทั้งสับปะรดกระป๋อง มะพร้าวกะทิ และข้าวโพดหวานกระป๋อง รักษาแชมป์ส่งออกอันดับ 1 โลก

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการประชุมร่วมกับเกษตรกร ผู้ผลิต และผู้ส่งออกอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูป เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาช่วงสถานการณ์โควิด-19 ณ โรงงานเทพผดุงพร พุทธมณฑลสาย 4 ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เดินทางมาหารือร่วมกันกับผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปและเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป ประธานกลุ่มผู้ผลิตอาหารทะเล ประธานกลุ่มผัก-ผลไม้ ประธานกลุ่มเครื่องปรุงรส กลุ่มสับปะรด ข้าวโพดหวานและเกษตรกร จากจังหวัดสมุทรสงคราม ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์

‘จุรินทร์’ชู 10 มาตรการหนุนอุตฯอาหารสำเร็จรูป  8.7 แสนล้าน


สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปและแปรรูปของประเทศ ตัวเลขเมื่อปี 2562 มูลค่ารวมกัน 870,000 ล้านบาท โดยปริมาณการผลิตทั้งหมดใช้บริโภคในประเทศร้อยละ 84 ส่งออกร้อยละ 16 ซึ่งการส่งออกปีที่แล้วมูลค่า 579,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7.6 ของการส่งออกรวมทั้งหมด อุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปและแปรรูปของประเทศไทยนั้น ถือเป็นผู้ส่งออกเป็นอันดับ 10 ของโลก อย่างไรก็ตามก็มีสินค้าที่ไทยส่งออกเป็นลำดับ 1 ของโลกอยู่ 3 รายการประกอบด้วย สับปะรดกระป๋อง มะพร้าวกะทิ และข้าวโพดหวานกระป๋อง

‘จุรินทร์’ชู 10 มาตรการหนุนอุตฯอาหารสำเร็จรูป  8.7 แสนล้าน

ด้านการส่งออกไตรมาสแรกของปีนี้ การส่งออกอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปและแปรรูปของประเทศไทยนั้นได้ส่งออกแล้วเป็นมูลค่า 137,756 ล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในการส่งออกประกอบด้วย อาหารทะเลสำเร็จรูปอาหารสำเร็จรูปผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูป สับปะรดกระป๋องผลิตภัณฑ์กะทิ และข้าวโพดหวาน
อย่างไรก็ตาม จากการหารือร่วมกันได้ข้อสรุปว่าจะมีการร่วมมือกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์กระทรวงเกษตร และภาคเกษตรกรรวม ทั้งผู้ประกอบการส่งออก แปรรูป เพื่อกำหนดมาตรการที่จะเดินไปข้างหน้าในช่วงวิกฤติโควิดและหลังวิกฤติโควิดประกอบด้วย 10 มาตรการ
ในภาพรวมมาตรการที่ 1 ในภาวะวิกฤตโควิดที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและในโลก ถือเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมอาหารของประเทศและเป็นช่วงระยะเวลาที่สำคัญที่จะได้รับมือจับมือกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชนในการทำประชาสัมพันธ์และทำการส่งเสริมการขายสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลกกับผลิตภัณฑ์อาหารของประเทศไทย ซึ่งจะเดินหน้าไปด้วยกันในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำคลิปขึ้นมา 10 ภาษา เพื่อทำการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์อาหารไทยในสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์กับสายตาชาวโลก
มาตรการที่ 2 ทูตพาณิชย์ของกระทรวงพาณิชย์จะต้องเข้ามีบทบาทมากขึ้นโดยเฉพาะจะต้องประชุมออนไลน์ร่วมกับภาคเอกชนในภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งภาคธุรกิจอาหารสำเร็จรูปด้วยทุกเดือนถ้าเป็นไปได้ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน
มาตรการที่3 กำหนดแผนงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ในการทำแผนเปิดตลาดใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปและอาหารแปรรูปโดยเฉพาะเพื่อช่วยให้ SME ได้มีโอกาส โดยเฉพาะตลาดสำคัญ คือ ตลาดอาเซียน ตลาดกลุ่มประเทศเอเชีย ตลาดกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง กลุ่มประเทศรัสเซียและประเทศที่แตกออกมาจากรัสเซีย
มาตรการที่4 กระทรวงพาณิชย์กับเอกชนจะร่วมมือกันเร่งรัดในการเจรจาจัดทำ FTA กับสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรของประเทศอังกฤษต่อไปโดยเร็ว
มาตรการที่5 กระทรวงพาณิชย์ควรได้มีการจัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพในการเป็นช่องทางระบายสินค้าด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรรวมทั้งผู้ผลิตแปรรูปและผู้ส่งออกได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

‘จุรินทร์’ชู 10 มาตรการหนุนอุตฯอาหารสำเร็จรูป  8.7 แสนล้าน



มาตรการที่6 จะเร่งรัดแก้ไขปัญหาในเรื่องของการขนส่งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปในเรื่องของการขนส่งในรูปแบบผลส่งต่างๆไม่ว่าจะอากาศทางเรือทางบกโดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้การส่งออกสินค้าทางบกผ่านเวียดนามและลาวไปจีนก็ยังติดขัด ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะร่วมกับกระทรวงเกษตรในการเร่งรัดดำเนินการเหล่านี้โดยเร็วต่อไปรวมทั้งในส่วนของด่านไทยมาเลเซียที่ด่านนอกสะเดาและด่านปาดังเบซาร์ 
มาตรการที่7 จะใช้กลไกเกษตรพันธสัญญาเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบธุรกิจให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
มาตรการที่8 กระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชนจะช่วยกันส่งเสริมการบริโภคน้ำผลไม้ 100% ของไทย ซึ่งยังติดปัญหาอุปสรรคบางประการในเรื่องของภาษีสรรพสามิตที่ยังกำหนดเก็บภาษีในรูปแบบภาษีความหวาน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์และเอกชนไม่ได้ขัดข้องในประเด็นนี้แต่เห็นว่ากรมสรรพสามิตควรจะได้ปรับปรุงทบทวนในเรื่องของความหวานที่เกิดจากผลไม้ธรรมชาติจริงๆเพื่อส่งเสริมการดื่มน้ำผลไม้ของไทยให้มากขึ้นโดยไม่ไปเก็บหรือเพิ่มภาษีความหวานในส่วนของน้ำผลไม้ธรรมชาติ
มาตรการที่9 กระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับภาคเอกชนในการใช้ห้องเย็นที่มีอยู่ 600 กว่าแห่งในประเทศไทยให้เป็นประโยชน์ในการชะลอพืชผลทางการเกษตรสำคัญที่จะออกสู่ตลาดและมีผลกระทบทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำให้มากขึ้น
และมาตรการที่ 10 ขณะนี้การส่งออกสับปะรดกระป๋องที่ไทยส่งออกไปลำดับหนึ่งของโลกไปออสเตรเลียมีปัญหาในเรื่องของการตั้งกำแพงภาษีค่อนข้างสูง กับการส่งออกข้าวโพดหวานกระป๋องที่ส่งออกไปยังตลาดสหภาพยุโรปก็มีการตั้งกำแพงภาษีค่อนข้างสูงก็จะมอบหมายให้พูดพาณิชย์ของเร่งเจรจาเพื่อคลี่คลายปัญหานี้ต่อไป เพื่อจะได้ทำตัวเลขส่งออกให้มากขึ้นและนำรายได้เข้าประเทศในช่วงนี้

ข่าวล่าสุด