เลขาธิการ สปสช. นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา บอกว่า เป็นเวลา 3 เดือนครึ่งแล้วที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โชคดีที่ไทยมีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งตั้งแต่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปจนถึงโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ซึ่งการฝ่าวิกฤติครั้งนี้ สิ่งสำคัญคือต้องอาศัยพฤติกรรมทางสังคมมาเกี่ยวข้อง ประเทศไทยมี 7,500 ตำบล และไทยมีระบบสุขภาพชุมชน ถ้าพื้นที่เหล่านี้เข้มแข็งก็ควบคุมป้องกันโรคได้
นพ.ศักดิ์ชัย บอกว่า งบประมาณที่หมุนเวียนในกองทุนสุขภาพระดับตำบลมีปีละ 3,800 ล้านบาท ขณะนี้มีกว่า 4,000 ตำบลที่ใช้งบประมาณเกี่ยวกับโควิด-19 ไปแล้วประมาณ 600 ล้านบาทในเรื่องสร้างการรับรู้ด้านสุขภาพ การป้องกัน หาเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หน้ากาก และการเฝ้าระวังในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้มาจากต่างจังหวัดหรือพื้นที่เสี่ยงโควิด-19 คงอยู่กับเราไปอีกนาน เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น เศรษฐกิจต้องเดินหน้า กิจกรรมต่างๆ ที่จะกลับมาดำเนินการจะทำอย่างไร เรื่องเหล่านี้ต้องมีคำตอบที่เป็นรูปธรรมในการดำเนินการ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พยายามหาแนวทาง แต่คนปฏิบัติคือท้องถิ่น ถ้า 7,500 ตำบลขับเคลื่อนตามทิศทางของ สธ. และรัฐบาล ปัญหาต่างๆ จะเกิดน้อยลงและทำให้ดำรงชีวิตในสังคมร่วมกันได้นายกเทศมนตรีนครรังสิตนายธีรวุฒิ กลิ่นกุสุม บอกถึงการใช้งบกองทุนสุขภาพในระดับตำบล ของเทศบาลนครรังสิตในเรื่องการป้องกันควบคุมไวรัสโควิด-19 ว่า เทศบาลนครรังสิตใช้งบกองทุนสุขภาพตำบลใน 3 เรื่องหลักๆ คือ 1.กิจกรรมที่มีผลกระทบกับประชนในเชิงพื้นที่ 2.กิจกรรมสนับสนุนเครื่องมือและสร้างความปลอดภัยแก่ผู้ปฏิบัติที่เป็นอาสาสมัคร และ 3.สนับสนุนเครื่องมือและองค์ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ โดยใช้งบประมาณ 6 ล้านบาท โดยช่วงแรกอนุมัติผ่านคณะกรรมการ แต่ต่อมาใช้อำนาจประธานกองทุนอนุมัติโครงการวงเงินไม่เกิน 1 แสนบาท ทำให้การดำเนินงานคล่องตัวมากขึ้น