บทความดังกล่าว..
"วอน กทม. อย่างปล่อยให้เด็กน้อยต้องหิวโหย"
เสียงแจ้วๆ ดังมาแต่ไกล "ครูครับ มีนมแจกให้หนูดื่มไหม" เด็กน้อยวิ่งมาถามครูศูนย์เด็กเล็กฯ ที่บ้านในชุมชนแออัด เมื่อท้องหิวเด็กเองก็ต้องแสวงหาของกินเพื่อประทังความหิว และแหล่งที่เด็กจะหาได้นอกจากบ้านก็คือ ศูนย์เด็กเล็กที่พวกเขาคุ้นเคย เสียงครูตอบไปว่า "ไม่มีนมเลยลูกเอ้ย" เด็กน้อยเดินกลับบ้านด้วยความผิดหวัง ลึกๆ ครูเองก็ทุกข์ใจ
ในภาวะยากลำบากที่หลายคนตกอยู่ในสภาพเดียวกัน คือ ตกงาน ขาดรายได้ หิวโหย ไร้ที่พึ่งพา ไม่มีเงินซื้อนมให้ลูก และอื่นๆ เพราะภัยจาคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงที่หลายคนไม่ทันตั้งตัว ไม่พ้นแม้กระทั่งเด็กเล็ก วัยแห่งการเติบโตที่ร่างกายต้องการโภชนาการที่เหมาะสมโดยเฉพาะ "นม" มากที่สุด
กทม. มีศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดไม่น้อยกว่า 700 กว่าแห่ง มีเด็กไม่น้อยกว่า 2 แสนคน โดยเฉพาะเด็กเล็กที่อยู่ในศูนย์เด็กเล็กทั่วกรุงเทพมหานครกว่า 292 แห่ง มีเด็กจำนวน 22,513 คน และมีครู(ผู้ดูแลเด็ก)ซึ่งมีสถานะเป็นเพียงอาสาสมัคจำนวน 2,049 คนที่อยู่ภายใต้การดูแล กทม. ที่มีคำสั่งให้ปิดศูนย์เด็กเล็กชั่วคราว ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม - เมษายน ทั้งๆ ที่ปกติแล้ว กทม.จะไม่อนุญาตให้ศูนย์เด็กเล็กปิดทำการไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด นอกจากวันหยุและวันนขัตฤกษ์ แต่เพื่อระงับการแพร่กระจายจากเชื้อโควิค-19 เด็กเล็กจำนวนกว่า 2 หมื่นคน ต้องอยู่บ้านพร้อมกับพ่อแม่ที่ตกงานไม่มีรายได้ที่จะจุลเจือครอบครัว เด็กๆ ไม่มีกิจกรรมทำแถมต้องอดดื่มนมและอาหารกลางวันซึ่งปกติแล้วพวกเขาจะได้รับเป็นประจำที่ศูนย์เด็กเล็ก