นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวตอนหนึ่งระหว่างแถลงข่าวของสภาที่ 3 โดยขอชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ที่สามารถควบคุมการแพร่กระจายของไวรัสได้อย่างเต็มที่ แม้จะเป็นเพียงระดับหนึ่งก็ตาม แต่ความล้มเหลวในการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลทำให้ความไว้ใจของประชาชนลดลงจนแทบไม่เหลือ เพราะไม่เชื่อว่าการกู้จำนวนมหาศาลจะทำให้ช่วยเหลือได้จริงๆ
นายพิชัย กล่าวว่า ส่วนตัวอยากเสนอแนวทาง 9 ข้อ ดังนี้ 1.การช่วยเหลือเยียวยาต้องกระจายอย่างทั่วถึง ผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ต้องได้รับการเยียวยาทุกคนที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะกี่คนก็ตาม และต้องทำให้เร็วที่สุดเพราะคนที่เดือดร้อนไม่สามารถจะรอได้ อีกทั้งรัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือคนส่วนใหญ่ให้ทั่วถึง ก่อนที่จะไปช่วยนายทุนเจ้าสัว 2.การจ่ายเงินประกันสังคมแก่ประชาชนที่ตกงานต้องกระทำอย่างเร่งด่วน และรัฐบาลต้องชี้แจงเรื่องการกู้ยืมจากกองทุนประกันสังคมว่ามีจริงหรือไม่ หากจำกันได้นายกฯเคยพูดเรื่องการกู้ยืมเงินประกันสังคม จนถูกตำหนิกันอย่างมาก ถ้ายังคงทำก็ต้องนับว่าผิดปกติ
3.การให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เข้าซื้อตราสารหนี้เอง โดยไม่ช่วยเหลือผ่านธนาคารรัฐหรือธนาคารพาณิชย์ โดย ธปท. ตอนนี้ดูเหมือนจะยอมถอยแต่กลัวเสียหน้า และได้เพิ่มเงื่อนไขให้ทำได้ยากแล้ว ซึ่งหาก ธปท. ดันทุรัง ธปท. คงต้องตอบคำถาม ดังนี้ 3.1 ธปท.ใช้เงิน 4 แสนล้านบาท ซื้อตราสารหนี้ที่มีอยู่กว่า 3.6 ล้านล้านบาท โดย ธปท. จะเลือกซื้อตราสารหนี้ของบริษัทใดที่จะไม่ถูกหาว่าเลือกปฏิบัติ Investmest Grade ในแต่ละช่วงเวลาอาจจะต่างกัน หากซื้อของนายทุนเจ้าสัวสนับสนุนรัฐบาล ที่กำลังจะถึงกำหนดจำนวนมาก ธปท. จะถูกข้อครหาหรือไม่
3.2 หากมีการผิดนัดชำระเงิน ธปท. จะต้องฟ้องร้องเอกชนเองใช่หรือไม่ ถึงแม้เป็นกองทุนก็ถือหุ้น 100% โดย ธปท. ก็เท่ากับ ธปท. ฟ้องเองใช่หรือไม่ 3.3 ในกรณีฟ้องร้อง ธปท. จะเข้าไปยึดทรัพย์สินของเอกชนเอง หรือเข้าไปควบคุมการเงินของเอกชนได้หรือไม่ นี่เป็น 3 คำถามเบื้องต้นง่ายๆว่าทำไม ธปท. จึงควรช่วยผ่านธนาคารรัฐหรือธนาคารพาณิชย์มากกว่าที่จะเข้าไปดำเนินการเอง เพราะมีโอกาสสูงเกิดการผิดชำระเงินของตราสารหนี้ของเอกชนในภาวะวิกฤตนี้ จะโดยตั้งใจหรือไม่ ซึ่งจะก่อให้เกิดหนี้เสียที่ต้องขอลดดอกเบี้ยและลดเงินต้นได้ในอนาคต ตามบทเรียนในอดีต และไม่อยากเห็นนายกฯเรียก 20 มหาเศรษฐีเข้าพบ และสุดท้ายมีการตอบแทนกันเรื่องการซื้อตราสารหนี้