เนชั่นทีวี

ข่าว

"พิชัย" ชงรัฐ 9 ข้อหนทางสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจช่วงโควิด-19

20 เม.ย. 2563 | chairat_pat

"พิชัย" ชงรัฐ 9 ข้อหนทางสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจช่วงโควิด-19

"อดีตรัฐมนตรีพลังงาน"เสนอ 9 แนวทางออกให้รัฐเพื่อใช้แก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจประเทศท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ถามกลับ "ธนาคารแห่งประเทศไทย" เข้าซื้อตราสารหนี้เอกชน พร้อมรับความเสี่ยงแล้วใช้หรือไม่ หนุนเลิกใช้เอทานอลผสมน้ำมัน เพื่อลดราคาให้ถูกลงกว่าเดิม

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวตอนหนึ่งระหว่างแถลงข่าวของสภาที่ 3 โดยขอชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ที่สามารถควบคุมการแพร่กระจายของไวรัสได้อย่างเต็มที่ แม้จะเป็นเพียงระดับหนึ่งก็ตาม แต่ความล้มเหลวในการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลทำให้ความไว้ใจของประชาชนลดลงจนแทบไม่เหลือ เพราะไม่เชื่อว่าการกู้จำนวนมหาศาลจะทำให้ช่วยเหลือได้จริงๆ

"พิชัย" ชงรัฐ 9 ข้อหนทางสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจช่วงโควิด-19


นายพิชัย กล่าวว่า ส่วนตัวอยากเสนอแนวทาง 9 ข้อ ดังนี้ 1.การช่วยเหลือเยียวยาต้องกระจายอย่างทั่วถึง ผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ต้องได้รับการเยียวยาทุกคนที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะกี่คนก็ตาม และต้องทำให้เร็วที่สุดเพราะคนที่เดือดร้อนไม่สามารถจะรอได้ อีกทั้งรัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือคนส่วนใหญ่ให้ทั่วถึง ก่อนที่จะไปช่วยนายทุนเจ้าสัว 2.การจ่ายเงินประกันสังคมแก่ประชาชนที่ตกงานต้องกระทำอย่างเร่งด่วน และรัฐบาลต้องชี้แจงเรื่องการกู้ยืมจากกองทุนประกันสังคมว่ามีจริงหรือไม่ หากจำกันได้นายกฯเคยพูดเรื่องการกู้ยืมเงินประกันสังคม จนถูกตำหนิกันอย่างมาก ถ้ายังคงทำก็ต้องนับว่าผิดปกติ
3.การให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เข้าซื้อตราสารหนี้เอง โดยไม่ช่วยเหลือผ่านธนาคารรัฐหรือธนาคารพาณิชย์ โดย ธปท. ตอนนี้ดูเหมือนจะยอมถอยแต่กลัวเสียหน้า และได้เพิ่มเงื่อนไขให้ทำได้ยากแล้ว ซึ่งหาก ธปท. ดันทุรัง ธปท. คงต้องตอบคำถาม ดังนี้ 3.1 ธปท.ใช้เงิน 4 แสนล้านบาท ซื้อตราสารหนี้ที่มีอยู่กว่า 3.6 ล้านล้านบาท โดย ธปท. จะเลือกซื้อตราสารหนี้ของบริษัทใดที่จะไม่ถูกหาว่าเลือกปฏิบัติ Investmest Grade ในแต่ละช่วงเวลาอาจจะต่างกัน หากซื้อของนายทุนเจ้าสัวสนับสนุนรัฐบาล ที่กำลังจะถึงกำหนดจำนวนมาก ธปท. จะถูกข้อครหาหรือไม่
3.2 หากมีการผิดนัดชำระเงิน ธปท. จะต้องฟ้องร้องเอกชนเองใช่หรือไม่ ถึงแม้เป็นกองทุนก็ถือหุ้น 100% โดย ธปท. ก็เท่ากับ ธปท. ฟ้องเองใช่หรือไม่ 3.3 ในกรณีฟ้องร้อง ธปท. จะเข้าไปยึดทรัพย์สินของเอกชนเอง หรือเข้าไปควบคุมการเงินของเอกชนได้หรือไม่ นี่เป็น 3 คำถามเบื้องต้นง่ายๆว่าทำไม ธปท. จึงควรช่วยผ่านธนาคารรัฐหรือธนาคารพาณิชย์มากกว่าที่จะเข้าไปดำเนินการเอง เพราะมีโอกาสสูงเกิดการผิดชำระเงินของตราสารหนี้ของเอกชนในภาวะวิกฤตนี้ จะโดยตั้งใจหรือไม่ ซึ่งจะก่อให้เกิดหนี้เสียที่ต้องขอลดดอกเบี้ยและลดเงินต้นได้ในอนาคต ตามบทเรียนในอดีต และไม่อยากเห็นนายกฯเรียก 20 มหาเศรษฐีเข้าพบ และสุดท้ายมีการตอบแทนกันเรื่องการซื้อตราสารหนี้

4.ในด้านพลังงานรัฐบาลยังสับสนอย่างมากเหมือนกับคนตาบอดคลำช้าง เพราะนโยบายยังสะเปะสะปะ ดังนั้น จึงอยากให้ปฏิบัติ ดังนี้ 4.1 ยกเลิกการใช้ E20 และ E85 และถ้าจำเป็นก็ควรยกเลิก E10 เพราะปัจจุบันราคาเอทานอลสูงกว่าราคาน้ำมันกลั่นกว่า 4 เท่า จึงไม่ควรผสมจนทำให้ราคาแพงขึ้น และหากสามารถนำเอทานอลปรับเปลี่ยนไปใช้ในการทำแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19 ได้หมด ก็ไม่ต้องผสมน้ำมัน 4.2 ปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิดให้ลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลง พร้อมลดสัดส่วนการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันให้เป็นไปตามราคาน้ำมันที่ลดลง เพื่อลดค่าใช้จ่ายของประชาชน
ส่วนภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่ยังคงเก็บอยู่ ควรนำแยกออกมาต่างหากเพื่อมาช่วยเหลือประชาชนในช่วงลำบากนี้ หากแยกออกมาไม่ได้ก็ยกเลิกการเก็บ เพราะรัฐบาลมีแนวโน้มที่จะใช้เงินอย่างสะเปะสะปะ นอกจากนี้ ยังควรต้องปรับราคาหน้าโรงกลั่นด้วย 4.3 คนบ่นค่าไฟฟ้าแพง ดังนั้น ต้องยกเลิกการอนุญาตการผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนสูงเพิ่ม อย่าทำให้ประเทศมีต้นทุนไฟฟ้าสูงเกินจำเป็น อีกทั้ง ปัจจุบันกำลังผลิตไฟฟ้าของไทยมีล้นกว่าความต้องการใช้ถึง 32% แถมปีนี้เศรษฐกิจไทยติดลบมาก ดังนั้น การใช้ไฟฟ้าก็จะลดลงตามภาวะเศรษฐกิจด้วย
5.เปิดให้มีการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างน้อย 50% โดยรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดขอวไวรัสด้วย 6.ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพราะพิสูจน์แล้วว่าตกยุคไม่ทันสมัยตามโลกไม่ทัน และที่ผ่านมารัฐบาลเองทำผิดยุทธศาสตร์ชาติมาโดยตลอด 7.เตรียมแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่จะต้องปรับประเทศเข้ากับสภาวะของโลกที่จะเปลี่ยนแปลงภายหลังวิกฤตการณ์ ซึ่งอาจจะต้องมีการอัดฉีดเงินอีกเป็นจำนวนมาก โดยมุ่งเน้นการสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน 8.จัดสรรงบประมาณในอนาคตใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต 9.การปรับปรุงระบบราชการทั้งหมดให้เป็นระบบออนไลน์โดยประชาชนติดต่อราชการได้สะดวก ไม่ต้องไปเองและเพิ่มประสิทธิภาพ
นายพิชัย กล่าวด้วยว่า ทั้งหมดเป็นเพียงหลักคิดเบื้องต้นที่อยากแนะนำให้รัฐบาลได้คิดล่วงหน้าและป้องกันปัญหาก่อนจะเกิด ไม่ใช่ตามแก้ปัญหาตลอดเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยห่วงว่าปัญหาเศรษฐกิจจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เกินกว่ารัฐบาลและนายกฯจะรับมือได้ แล้วส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส

ข่าวล่าสุด