นพ. สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยถึงการดูแลผู้สูงอายุในช่วงโควิด-19 ว่า กลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไปถึงแม้จะป่วยไม่มากแต่อัตราการเสียชีวิตสูง ขณะที่ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน
การป้องกันผู้สูงอายุ เน้น 2 ส่วนหลัก คือการป้องการติดเชื้อ /การการป้องกันไม่ให้ความถดถอยของร่างกาย และจิตใจ /ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ดี หรือโรคเรื้อรัง เป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ควรออกจากบ้าน
ทางการแพทย์ แบ่งกลุ่มผู้สูงอายุ ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือกลุ่มช่วยเหลือตนเองได้ดี กลุ่มนี้พบว่า มักจะออกมาทำกิจกรรมสังคมซึ่งต่อไปนี้อาจต้องลดลง / กลุ่มติดบ้าน เป็นกลุ่มที่ชอบอยู่บ้าน แต่ ต้องระวังนในครอบครัวที่อาจจะนำเชื้อกลับมาติดคนในบ้าน ซึ่งคนในบ้านกลับจากข้างนอกมาต้องอาบน้ำสระผม ทำความสะอาดร่างกาย ก่อนจะพบปะพูดคุยกัน/ กลุ่มติดเตียงเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องดูแลที่บ้าน ข้อควรระวังคือ คนที่อยู่ดูแลต้องระวังตัวจากการติดเชื้อมีการผลัดเปลี่ยนคนดูแล / ขณะที่กลุ่มติดเตียงในสถานที่ดูแลเน้นการคัดกรองบุคคลที่มาเยี่ยมจากภายนอก รวมถึงบุคลากรที่จะมาดูแลต้องมีการดูแลสังเกต คัดกรอง ผู้สูงอายุในสถานที่ดูแล
ส่วนการดูแลผู้สูงอายุ หากอาการไม่ชี้ชัดมาก ไม่ตรงไปตรงมา เช่น ไม่มีไข้ตัวไม่ร้อนไม่ไอมาก บอกไม่ได้ว่าเจ็บคอ คนดูแลควรสังเกตอาการ ว่า ผู้สูงอายุหายใจเร็ว หรือ หอบเหนื่อย อ่อนเพลียไหม มีอาการเบื่ออาหารหรือรับอาหารทางสายยางไม่ได้ ซึบสับสนเฉียบพลัน ความสามารถในการช่วยเหลือตนเองลดลงหากมีอาการเหล่านี้ หรือไม่แน่ชัด ให้ปรึกษาแพทย์ทันที
ขณะที่ผู้สูงอายุ ที่มีโรคเรื้อรังตอนนี้ได้มีแนวทางให้ผู้ป่วยรับยาใกล้บ้าน หคือส่งยาทางไปรษณีย์เลื่อนนัดให้นานขึ้น ให้คำปรึกษาทางไกลผ่านช่องทางออนไลน์ /หากผู้สูงอายุโรคเรื้อรัง ป่วยอาการแย่ลง แพทย์จำเป็นอาจต้องให้มาตรวจตามนัดที่โรงพยาบาลบางส่วนอาจให้คำปรึกษาทางไกล / ส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยรุนแรงฉุกเฉินสามารถเข้ารับการรักษาห้องฉุกเฉินตามปกติ