เนชั่นทีวี

ข่าว

"ตุรกี" เดิมพันประเทศด้วยแนวทางคุมโควิด-19 แบบไม่เหมือนใคร

19 เม.ย. 2563 | nattaphon_jan

"ตุรกี" เดิมพันประเทศด้วยแนวทางคุมโควิด-19 แบบไม่เหมือนใคร

ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 7 หมื่นคน และเสียชีวิตแล้วเกือบ 2 พันคน "ตุรกี" ถือเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในโลกจากการระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน แต่มาตรการที่รัฐบาลตุรกีบังคับใช้เพื่อควบคุมการระบาดกลับแตกต่างจากประเทศอื่นอย่างเห็นได้ชัด

โดยเฉพาะการจำกัดเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุให้อยู่แต่ภายในบ้าน และเลือกล็อกดาวน์เฉพาะช่วงสุดสัปดาห์เท่านั้น โดยประธานาธิบดีเรเจ๊ป ไตยิป แอร์โดอันระบุว่า ที่ตุรกีเลือกใช้มาตรการเช่นนี้ก็เพื่อพยุงเศรษฐกิจของประเทศที่ย่ำแย่อยู่แล้วไม่ให้บอบช้ำจนเกินไป แต่ผู้ที่ไม่เห็นด้วยมองว่า กว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ก็สายเกินไปเสียแล้ว
ตุรกีถือเป็นประเทศท้ายๆ ที่เจอกับการระบาดของโรคโควิด-19โดยพบผู้ติดเชื้อคนแรกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 มีนาคม แต่เพียง 1เดือนให้หลัง ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมกลับพุ่งทะยานอย่างน่าตกใจเป็นกว่า 7 หมื่นคนด้วยเหตุนี้ รัฐบาลตุรกีจึงเริ่มออกมาตรการปิดสถานที่สาธารณะ สถานศึกษาและห้ามการรวมกลุ่ม รวมทั้งออกคำสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ภายในบ้านแต่ที่ต่างออกไปก็คือ ทางรัฐบาลจำกัดคำสั่งนี้เฉพาะ 2 ช่วงวัยคือผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และมากกว่า 65 ปีซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงเท่านั้นนอกจากนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลยังประกาศมาตรการเคอร์ฟิวใน 31เมืองที่ใหญ่ที่สุด ครอบคลุมประชากร 3 ใน 4 ของประเทศ แต่เลือกบังคับใช้นานเพียง48 ชั่วโมงตั้งแต่เที่ยงคืนวันศุกร์ไปจนถึงเที่ยงคืนวันอาทิตย์ ไม่บังคับใช้ในวันทำงานแต่ปัญหาก็คือ การประกาศเคอร์ฟิวเกิดขึ้นก่อนมีผลเพียงแค่ 2 ชั่วโมงจึงทำให้ประชาชนโดยเฉพาะในเมืองอิสตันบุลที่มีประชากรกว่า 15 ล้านคนมากที่สุดในประเทศแห่กันออกไปซื้อสินค้าจำเป็นมากักตุนจนแทบจะลืมมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมไปหมดทำให้การเคอร์ฟิวรอบสองในช่วงสุดสัปดาห์นี้รัฐบาลได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อยสาเหตุที่รัฐบาลเลือกไม่ออกเคอร์ฟิวในช่วงวันทำงานก็เพื่อต้องการพยุงเศรษฐกิจที่อาการไม่ดีมาตั้งแต่ปีที่แล้วจนถลำเข้าสู่ภาวะถดถอยโดยนับตั้งแต่ต้นปีนี้ ค่าเงินลีราได้อ่อนค่าลงแล้ว 15เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะฉะนั้นในช่วงวันธรรมดา การก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม และธุรกิจอีกเป็นจำนวนมากจึงยังเดินหน้าต่อตามปกติผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์บางส่วนเช่นนี้อาจประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดได้ ตราบใดที่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการปกป้องและกลุ่มคนที่ออกไปทำงาน เคารพการรักษาระยะห่างทางสังคมและรักษาสุขอนามัยที่จำเป็นอื่นๆอย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากสถานการณ์ของตุรกีในตอนนี้ก็อาจจะสายเกินไปเสียแล้วเพราะผู้เชี่ยวชาญมองว่ามาตรการล็อกดาวน์บางส่วนจะได้ผลที่สุดก็ต่อเมื่อบังคับใช้ตั้งแต่เนิ่นๆหรือไม่ก็ต้องผ่านพ้นช่วงที่การระบาดเลวร้ายที่สุดหรือช่วงพีคไปแล้วทำให้ตอนนี้เริ่มมีนักวิทยาศาสตร์และนักการเมืองโดยเฉพาะจากฝ่ายค้านหลายคนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับการล็อกดาวน์อย่างเต็มรูปแบบไปเลยอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตามองต่อจากนี้ก็คือการรับพลเมืองตุรกีกลับมาจากต่างประเทศซึ่งที่ผ่านมามีผู้เดินทางกลับมาแล้วกว่า 3 หมื่นคนจากอย่างน้อย 70ประเทศ และล่าสุดกำลังจะมีอีกระลอกเกือบ 25,000 คนเพราะรัฐบาลต้องการให้คนเหล่านี้กลับมาใช้เวลาในช่วงเดือนรอมฎอนที่บ้านโดยกรณีที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทำให้เราได้เห็นแล้วว่า หากไม่ควบคุมให้ดี กลุ่มคนเหล่านี้อาจเป็นต้นตอของการระบาดระลอกใหม่ได้สุดท้ายแล้วการเดิมพันด้วยมาตรการที่แตกต่างของตุรกีจะให้ผลเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตต่อจากนี้จะเป็นตัวชี้วัดให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน

ข่าวล่าสุด