นายจตุพร กล่าวต่อว่า อยากถามพล.อ.ประยุทธ์ขณะนั้นเอาข้อมูลที่ไหนมาแถลงข่าว ว่ามีเงินเยียวยาเพียงเดือนเดียว จนกระทั่งต้องไปตราพระราชกำหนดกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท แต่ทุกมาตรการเป็นไปด้วยความล่าช้า ตอนกู้เงินเร็วเสมือนกับกระต่าย แต่พอเยียวยาช้ากว่าเต่าขาขาด และขอให้เลิกเสียทีกับการออกมาพูดแบบไม่รับผิดชอบ โดยเฉพาะการใช้ เอไอ คัดกรองประชาชนกว่า 27 ล้านคน ซึ่งปรากฏว่าเห็นหน้าคนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรกับนักศึกษาแทบทั้งหมด ดังนั้น เมื่อถึงเวลาต้องไปเยียวยาคนที่เป็นเกษตรกร เมื่อคนที่ไม่ได้เป็นเกษตรกรจริง แต่เอไอ บอกว่าเป็นเกษตรกร คนเหล่านี้จะโดนข้อหาแจ้งความเท็จหรือไม่ หรือเอไอ เฟคนิวส์ นี่เป็นความเหลวแหลก
"หากเป็นในทางการเมืองคนก็มองว่ารัฐบาลเอาข้อมูล 27 ล้านคนนี้ ไปใช้ในทางการเมืองหรือไม่ แต่ผมมองโลกในแง่ดีว่า หากการใช้เอไอจนกระทั่งเชื่อเอไอแล้ว เราจะมีรัฐบาล มีนายกฯ มีรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ไว้ทำไม ใช้เอไอมาเป็นรัฐบาล มานั่งเป็นนายกฯจะดีกว่าหรือไม่ เพราะปัญหาถึงที่สุดแล้ว คือ คนอดยาก แม้รัฐบาลจะบอกว่ามีมาตรการเยียวยาในเรื่องต่างๆ ก็อยากถามว่า ทันต่อความเดือดร้อนของประชาชนหรือไม่ นับตั้งแต่ประกาศมาตรการเยียวยาจนถึงบัดนี้ อ้างความทันสมัย แต่ล่าช้า และเต็มไปด้วยปัญหา แล้วยังมีมธุรสวาจาบอกว่า สามารถไปอุทธรณ์กับเอไอได้ รัฐบาลปล่อยให้ประเทศไทยมีสภาพอย่างนี้ได้อย่างไร"ประธาน นปช. กล่าว อย่างไรก็ตาม แทนที่จะไปลดภาระเรื่องค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าไฟ แต่ก็ปรากฏว่าค่าไฟเดือนนี้แพงแทบทุกบ้าน ซึ่งสภาพการณ์เช่นนี้กระทรวงพลังงานที่กำกับดูแลเรื่องค่าไฟทั้งหลาย ที่จะบอกว่าเยียวยาเพิ่ม แต่ปรากฎว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น คนลำบาก แต่ค่าไฟเพิ่ม ดังนั้น เมื่อแสดงเจตนาว่าจะคุยกับบรรดาเจ้าสัวทั้ง 20 คน ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่กลุ่มทุนประชารัฐอยู่แล้ว ได้ประโยชน์จากสัมปทานผูกขาด ได้ประโยชน์กับการเลือกมาตรการ มีอำนาจเหนือการตลาดจากการเปิดช่องว่างให้ ดังนั้น การที่ไปทำจดหมายเปิดผนึกถึงบรรดาเจ้าสัวนั้น สิ่งที่น่ากลัวกว่าการขอสตางค์ คือ ผลประโยชน์ทับซ้อน ประเทศไทยคนไทยจะต้องเสียอะไร เช่น บ้างห้างสรรพสินค้ามีข่าวออกมาว่า จะเปิดให้บริการวันที่ 1 พ.ค.นี้ ถามว่ารู้ได้อย่างไร ทั้งนี้ หากเปิดห้างได้ก็ดีไม่ปัญหา เพราะว่าคนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดวันนี้เพิ่มขึ้น 32 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสม 2,765 ราย แต่มาตรการนี้ไปบังคับคนทั้ง 66 ล้านคน ทำให้ประกอบอาชีพไม่ได้ แล้วรัฐบาลบอกว่าจะเยียวยา หลอกไปหลอกมา เป็นอย่างนี้จนกระทั่งต้องมีผู้ใจบุญมาแจกของให้คนต่อแถวยาวเป็นกิโล ซึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีเพียงแค่ลมปาก ไม่ต้องพูดว่า 3 เดือน เอาแค่ 1 เดือน ทำให้ได้เสียก่อน เอาเฉพาะหน้าให้ประชาชนรอดเสียก่อน