ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เสนอข้อเท็จจริงและทางออกจากวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ว่า ต้องมองประเทศไทยยังเป็นประเทศยากจน ที่ผ่านมา 5 ปี รัฐบาลบริหารประเทศ มุ่งเน้นดูแลทรัพย์สินและรายได้คนรวย ทำให้มีคนยากจนเพิ่ม จากเดิม ในปี 2548 มีคนจน 4.8 ล้านคน แต่ปี 2562 เพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านคน รวมเป็น 6.8 ล้านคน ประชาชนไทยจำนวนมากยังต้องหาเช้ากินค่ำ หากหยุดทำงานเพียง 2-3 วัน เงินก็แทบหมดลงแล้ว ข้อเท็จจริงอันนี้รัฐบาลไม่ได้ประเมินไว้
ทั้งนี้ การสั่งปิดร้าน หยุดทำงานไปเรื่อยๆโดยไม่ให้เงินชดเชยรายได้ไว้ก่อน จึงเป็นวิธีการที่ผิดพลาดมาก ทำให้คนต้องกลับบ้านเกิดในต่างจังหวัด เพราะอยู่ในกรุงเทพฯก็ไม่มีกิน ไม่มีค่าเช่าบ้าน ทำให้เสี่ยงต่อการระบาดของโรคมากขึ้น การสั่งให้ประชาชนหยุดทำงานนานๆ จึงทำให้เกิดความเดือดร้อนทั้งกายและใจอย่างมาก หลายคนคิดทำร้ายตัวเองเพราะไม่มีทางออก พอรัฐบาลประกาศจะจ่ายเงินชดเชยเดือนละ 5,000 บาท จำนวน 3 เดือน ก็เป็นเหมือนขอนไม้ที่ลอยมา ในขณะที่กำลังจะจมน้ำ
"จึงมีเหตุการณ์เรียกร้องที่กระทรวงการคลัง แต่เงินที่จะจ่ายก็ไม่ครอบคลุม ไม่ทั่วถึงคนที่เดือดร้อน และหลักเกณฑ์ก็ไม่ยุติธรรม รัฐบาลมีเป้าหมายจ่ายให้เพียง 9 ล้านคน แต่ผู้เดือดร้อนลงทะเบียนมากกว่า 27 ล้านคน จึงมีคนไม่ได้เงินนี้เป็นจำนวนมากเราเป็นประเทศยากจนไม่สามารถพิมพ์เงินได้เองแล้วใช้ได้ทั่วโลก รัฐบาลจึงต้องให้น้ำหนักที่เหมาะสมระหว่างการขจัดโรคระบาดกับการทำมาหากินของประชาชนส่วนใหญ่"ศ.ดร.สุชาติ กล่าว