ส่วนร. ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า เรามีการคาดการณ์ไว้ว่าปี 63 จะมีการส่งออก 7,500,000 ตัน และเราก็จะแบ่งออกเป็นไตรมาส โดยไตรมาสแรกควรส่งออกได้ประมาณ 1,800,000 ตันแต่ตัวเลขที่ออกมาจริงๆ คือ 1,500,000 ตัน คือสถานการณ์ของตลาดโลก มีการเปลี่ยนแปลงไปโดยเวียดนามขายข้าวออกมาถูกมากในช่วงไตรมาสแรก แต่ปัญหาเรื่องโควิดทำให้เวียดนามมีการชะลอการส่งออก และอินเดียก็มีปัญหาเรื่องการขนส่งเพราะมีการล็อคดาวน์ประเทศ 30 วัน การขนส่งทางน้ำมีปัญหามากส่งออกได้ทางคอนเทนเนอร์ไม่มาก เราต้องระมัดระวังตัวเลขในการส่งออกไม่ให้สินค้าในประเทศของเราขาดแคลนด้วย
เรากำหนดไว้ว่าไตรมาสที่สองจะส่งออกประมาณ 2,000,000 ตัน เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนกับความต้องการภายในประเทศ และไตรมาสที่สามตั้งตัวเลขไว้ที่ 2,000,000 ตันและไตรมาสที่สี่อีก 2,000,000 ตันตลอดทั้งปีประมาณ 7,500,000 ตัน ซึ่งอาจจะมีตัวเลขขยับเล็กน้อย
"เรายืนยันว่าข้าวภายในประเทศจะไม่ขาดแคลน และผมเชื่อว่าปีนี้ราคาข้าวเปลือกชาวนาได้ประโยชน์เต็มๆ เพราะช่วงนี้เข้าเปลือกแบบข้าวเปลือกขายได้ในราคา 9,000 กว่าบาท เป็นราคาสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เราจะบริหารจัดการให้การส่งออกของเราอยู่ในระดับที่ชาวนามีความพอใจ และไม่ขาดแคลนภายในประเทศ" กล่าว
นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า ขอขอบคุณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (จุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์) ที่ได้ทำนโยบายประกันรายได้ให้กับชาวนา ทำให้ชาวนาได้รับราคาข้าวที่เป็นธรรม และสูง เป็นที่พอใจของเกษตรกรชาวนามาก ตั้งแต่มีนโยบายประกันรายได้ ชาวนาได้รับราคาที่สูงสุดในรอบ 10 ปีที่ชาวนาไทยได้ในราคาสูงขนาดนี้ จากสมัยก่อนราคาข้าวสูงสุดอยู่ที่ 6,000 7,000 แต่วันนี้เราได้ราคา 9,500-9,700 บาท/ตัน
ซึ่งเกิดจากการที่มีนโยบายประกันรายได้ ที่ท่านเล็งเห็นความสำคัญของเกษตรกรชาวนาไทยทุกคน ชาวนาก็ฝากผมมาขอบคุณ ท่านรองนายกฯจุรินทร์ พร้อมทั้งฝากวอนว่าขอให้ ทำโครงการประกันรายได้ เช่นนี้ตลอดไปชาวนาไทยขอขอบพระคุณท่านมากครับ"นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าว