โดยถ้อยแถลงตอนหนึ่งของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ระบุว่าไทยได้มอบน้ำยาชุดตรวจโควิด-19 ให้ประเทศอาเซียนประเทศละ 10,000 ชุด รวม 90,000 ชุด นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงน้ำใจที่ไทยเรามีให้ประเทศเพื่อนบ้าน และยังแสดงให้เห็นว่าเรามีน้ำยาชุดตรวจ RT-PCR เพียงพอที่จะดูแลตรวจคนไทยได้อย่างทั่วถึง
แต่น่าสังเกตว่าก่อนหน้านี้ ศบค. จะมีการรายงานจำนวนการตรวจเชื้อโควิด-19 ทุกวัน โดยจะมีจำนวนการตรวจคงค้างรอผล และจำนวนการตรวจสะสม แต่ในระยะหลังรายงานส่วนนี้หายไป รายงานล่าสุดตัวเลขที่ปรากฏบอกว่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 3 เมษายน 2563 มีจำนวนการตรวจสะสมรวม 84,008 ตัวอย่าง และในวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายเชิงรุกในการจัดการแก้ไขปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยกำหนดยุทธศาสตร์ "1 จังหวัด - 1 แลป - 100 ห้องปฏิบัติการ" เพื่อเร่งตรวจคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ ตามแนวทางการปรับเกณฑ์เฝ้าระวังสอบสวนโรค เพื่อค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ให้เร็วและมากที่สุด โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เร่งทดสอบความชำนาญทางห้องปฏิบัติการ การตรวจหาเชื้อ SARS-CoV-2 เพิ่มขึ้นอีก 30 แห่งทั่วประเทศ เมื่อรวมกับห้องปฏิบัติการเดิมที่ผ่านการรับรองแล้วจำนวน 80 แห่ง ทำให้ในเดือนเมษายนนี้จะมีห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจหาเชื้อ SARS-CoV-2 รวม 110 แห่ง ครอบคลุมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 12 เขตสุขภาพทั่วประเทศ รองรับความสามารถในการตรวจสูงสุดถึง 20,000 ตัวอย่างต่อวัน แต่จากตัวเลขจำนวนการตรวจระหว่างวันที่ 4 ถึง 10 เมษายน 2563 ที่มีการตรวจแค่ 16,490 ตัวอย่าง เฉลี่ย 2,355.7 ตัวอย่างต่อวันเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนการตรวจที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับศักยภาพและจำนวนประชากรที่มีอยู่