ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดเลย มีผู้ป่วยที่ทำการรักษาตัวด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ทั้งหมด 5 ราย โดยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเลย 4 ราย และ เคสที่รับตัวกลับมาจาก จ.อุดรธานี ที่กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปากชมอีก 1 ราย
สำหรับความคืบหน้าวันนี้ หลังจากที่แพทย์ได้ทำการส่งผลตรวจของผู้ป่วยรายที่ 2 ไปตรวจซ้ำแม้จะยังพบเศษซากพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 อยู่ แต่ในทางการแพทย์ได้มีผลการวิจัยว่า ซากพันธุกรรมฯดังกล่าวไม่สามารถที่จะแพร่กระจายออกไปสู่ผู้อื่นได้อีก จึงได้ทำการประสานไปยังชุมชนของผู้ป่วยรายนี้ และทำความเข้าใจกับคนในหมู่บ้านแล้ว จึงเตรียมส่งตัวผู้ป่วยกลับไปรักษาตัวที่บ้านในช่วงเย็นวันนี้
โดยให้แยกกักตัวเด็ดขาดแบบStrict Home Quarantineที่บ้านให้ครบ 30 วัน (ถึง 24 เม.ย.63) ส่วนเคสที่ อ.ปากชม หลังจากที่จังหวัดเลยได้ทำการรับผู้ป่วยตัวกลับมารักษาที่ โรงพยาบาลปากชม เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา ล่าสุดทีมแพทย์ได้ส่งผลตรวจเลือดหลังเข้ารับรักษาครบ 14 วัน เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา
ปรากฏว่ายังพบเศษพันธุกรรมของไวรัสอยู่เช่นกัน แม้จะไม่เป็นพาหะในการแพร่เชื้อ แต่ทางชุมชนยังไม่พร้อมให้ผู้ป่วยกลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน จึงต้องให้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อไปขณะที่ความคืบหน้าอาการของผู้ป่วยรายที่ 3,4 และ 5 พบว่าร่างกายยังแข็งแรง แต่ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดก่อนส่งผลตรวจหาเชื้ออีกทีเมื่อรับการรักษาครบ 14 วัน