นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับรัฐมนตรีคลัง และภาคเอกชนรายใหญ่ เตรียมการช่วยเหลือ เศรษฐกิจฐานราก เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโค-19 ขณะนี้การดูแลเยียวยาผ่านการลงทะเบียนรับเงิน 5 พันบาท ต้องการช่วยเหลือทุกกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อน แต่หากใครไม่ได้รับผลกระทบไม่ควรลงทะเบียน เพื่อต้องการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจริง ยืนยันมีเงินเพียงพอรองรับผู้เดือดร้อน หลัง พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ในเดือนพฤษภาคม จะมีเงินเยียวยามาเพิ่มเติมให้เพียงพอครอบคลุมทุกกลุ่ม ไม่มีปัญหา เพื่อนำมาเติมจากการใช้งบกลางฉุกเฉินซึ่งได้จ่ายไปแล้วในงวดแรก 45,000 ล้านบาท
นายสมคิด กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังเข้มแข็ง แม้จะกู้เงินเพิ่มแต่ภาระหนี้ต่อจีดีพีถือว่าไม่สูงมากนัก ขณะที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องกู้เงินมาใช้เยี่ยวยาประเทศ โดยไอเอ็มเอฟ ยังแนะนำให้ทุกประเทศมีปัญหา กู้เงินมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้ทุกประเทศ มีระดับหนี้สูงขึ้นทั้งในปี 63-64 แต่ไทยยังมีฐานะแข็งแกร่งน่าพอใจ จึงมองว่าไทยจะผ่านพ้นปัญหาแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้แน่นอน เพื่อใช้งบประมาณของรัฐที่มีอยู่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เมื่อยอดผู้ป่วยลดลง ทุกอย่างนิ่งพอใจ หลังจากได้ดูแลรายย่อยจากเงิน 5 พันบาท การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และดูแลสถาบันการเงิน ตลาดตราสารหนี้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก จากนั้นจะเริ่มฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง