พอสอบถามอีกครั้ง ชายคนดังกล่าวก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่ตำรวจสันติบาล แต่รถของตนเสียและจอดอยู่เลนทางด่วน แต่เมื่อมองหาก็ไม่พบรถ ค้นตัวเจอกุญแจรถยนต์โตโยต้า เมื่อเดินตรวจหาแล้วก็ยังไม่พบ
เบื้องต้นชายคนดังกล่าวไม่ยอมปริปากบอกหรือพูดอะไรอีกเลย โดยชายคนดังกล่าวอายุประมาณ 30-35 ปี ผิวขาว สวมเสื้อยืดสีขาว แล้วสวมเสื้อแจ็คเก็ตอีก 2 ตัว สวมกางเกงขาวยาวสีดำ กับสีกรมท่าอย่างละตัว สวมรองเท้ากีฬา ซึ่งทางตำรวจกำลังนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจต่อไป
ล่าสุดทาง พ.ต.อ.กิตติสัณห์ ชะนะ ผกก.สภ.บางปะกง พร้อมชุดสืบสวน และพ.ต.ท.บุญสฤษฎิ์ ช่วยชู สว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้สอบสวนชายคนดังกล่าวให้การชื่อส.ต.อ.ปัณณเทพษ์ เภตรา ผบ.หมู่ ฝ่ายตรวจสอบพฤติการณ์บุคคล สังกัดกองบัญชาการตำรวจสันติบาลอายุุ 33 ปี พักอาศัยอยู่ในกทม.
โดยนั่งรถโดยสารประจำทางกำลังจะไปธุระที่จ.ชลบุรี แล้วระหว่างทางเห็นธนาคารดังกล่าวอยู่ข้างทาง จึงลงจากรถแล้วเดินมาที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางวัว โดยตั้งใจที่จะลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารจริง แต่พอดีเป็นจังหวะเห็นร.ต.ท.จินดา พันธ์วัง รองสว.ป.สภ.บางปะกง ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจตำบลบางวัว มาตรวจธนาคารพอดี จึงเกิดเปลี่ยนใจ ทำให้ยังไม่ลงมือก่อเหตุ ก่อนจะโดยเรียกตรวจค้น แล้วถูกจับกุมดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่ลงมือเป็นเพราะมีภาระหนี้สินกว่า400,000บาททั้งในระบบและนอกระบบ รวมทั้งภรรยาก็ไม่มีงานทำ ทำให้ตัดสินใจมาก่อเหตุดังกล่าว
วันเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ยศ ส.ต.อ. ตำเเหน่ง ฝ่ายตรวจสอบพฤติการ์ณบุคคล สังกัดกองบัญชาการตำรวจสันติบาล โดยอ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ออกจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ
ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นจะถูกดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน โดยหากตรวจสอบแล้วพบความผิดอื่นเพิ่มเติมก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป อีกทั้ง ผบก.อก. บช.ส. ก็จะดำเนินการตั้งคณะกรรมสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมดำเนินการในทางวินัยที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด