นายปรเมธี กล่าวต่อไปว่า 2. ด้านสถานที่ ได้แก่ 2.1) การจัดสถานที่สำหรับคนที่มีรายได้น้อยและจำเป็นต้องแยกตัวเองหรือกักกันตัวเพื่อสังเกตอาการ โดยได้จัดสถานที่ที่เป็นโรงแรมในพื้นที่ กคช. จำนวน 270 ห้อง และใช้อาคารในสถาบันพระประชาบดีจังหวัดปทุมธานี จำนวน 30 ห้อง (กรณีผู้ที่เข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยงยังควบคุมได้ แยก 1 ห้องต่อ 1 คน) ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการติดตั้ง CCTV เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถสังเกตอาการและการเคลื่อนย้ายผ่านระบบเทคโนโลยี 2.2) การจัดสถานที่สำหรับคนไร้บ้าน คนไร้ที่พึ่ง สำหรับการแยกตัวเองหรือกักกันตัว เพื่อสังเกตอาการ โดยจะมีการสร้างความเข้าใจกับชุมชนก่อน และจัดศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับคนไร้บ้าน เพื่อรองรับมาตรการปิดการเดินทางเข้า-ออก (Lockdown) หรือห้ามออกนอกเคหสถานในเวลาที่กำหนด (Curfew) และ 3.ด้านการให้บริการ ได้แก่ 3.1) การจัดหาและผลิตหน้ากากทางเลือก (หน้ากากผ้า) เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายทั้งเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และครอบครัวในเขตเมืองและชนบท จำนวน 1 ล้านคนๆ ละ 2 ชิ้น ซึ่งดำเนินการจัดจ้างผลิตหน้ากากแล้ว และจะจัดส่งหน้ากากล็อตแรก ในวันที่ 20 เม.ย. 63 จำนวน 500,000 ชิ้น ให้แก่ สำนักงาน พมจ. เพื่อแจกจ่ายไปยังกลุ่มเป้าหมาย โดยมียอดผลิตหน้ากาก (ตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. 14 เม.ย. 63) รวมทั้งหมด 1,365,107 ชิ้น และมียอดแจกจ่ายหน้ากาก (ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. 14 เม.ย. 63) รวมทั้งหมด 803,418 ชิ้น 3.2) การส่งเสริมด้านการประกอบอาชีพ โดยการฝีกอาชีพระยะสั้นและระยะยาว การสร้างงานในชุมชน และการให้กู้ยืมเงินประกอบอาชีพคนพิการและผู้สูงอายุ 3.3) การดูแลในชุมชน โดยอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.)ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลร่วมกับทีมอาสา Covid-19 เพื่อค้นหาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และทำงานร่วมกับหน่วยงานของกระทรวง พม. ผลิตหน้ากากผ้าและแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่
นายปรเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนมาตรการป้องกัน แก้ไขและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในชุมชน โดยดำเนินโครงการ พม. เราไม่ทิ้งกัน ภายใต้แนวคิด สำรวจให้พบ จบที่ชุมชน