เนชั่นทีวี

ข่าว

หลอกชาวบ้านรับลงทะเบียนโครงการ "เราไม่ทิ้งกัน"

15 เม.ย. 2563 | nation_crime3

หลอกชาวบ้านรับลงทะเบียนโครงการ "เราไม่ทิ้งกัน"

เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับแจ้งจากนางปิยะรัตน์ กุลดวงจันทร์ อายุ 57 ปี และนางสาวณฐพร กุลดวงจันทร์ อายุ 25 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 229 หมู่ 4 บ้านถ้ำกลองเพล ตำบลโนนทัน อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ว่ามีชาวบ้านมาหลอกให้ลงทะเบียน เพื่อรับเงินเยียวยาในโครงการเราไม่ทิ้งกันของรัฐบาล 5,000 บาท โดยเรียกเก็บเงินคนละ 50 บาท มีชาวบ้านแห่มาลงทะเบียนจำนวนมาก พอเข้าไปเช็คในระบบ ได้รับแจ้งว่าในสารระบบยังไม่มีการลงบันทึกข้อมูลจึงคิดว่าโดนหลอก จึงได้เข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหนองบัวลำภูและผู้สื่อข่าว

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านถ้ำกลองเพลตำบลโนนทัน อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู พบกับนางปิยะรัตน์ กุลดวงจันทร์ อายุ 57 ปี และนางสาวณฐพร กุลดวงจันทร์ อายุ 25 ปี ได้เล่าให้ฟังว่า ได้ยินผู้นำชุมชนประกาศทางหอกระจายข่าวว่า ให้มาลงทะเบียนและนำบัตรประชาชนสมุดบัญชีมาลงชื่อ เพื่อจะรับเงินเยียวยาในโครงการเราไม่ทิ้งกันของรัฐบาลวงเงิน5,000 บาทพอวันที่ 1 เม.ย.2563 ตนเองจึงได้นำหลักฐานของตนเองและบุตรสาว มาลงทะเบียนที่ศาลากลางบ้านถ้ำกลองเพล ซึ่งตอนแรกตัวเองคิดว่า เป็นคนของธนาคาร หรือเจ้าหน้าที่ของภาครัฐออกมารับลงทะเบียนพอมาถึงกับมีชาวบ้านเป็นผู้หญิงมานั่งกรอกข้อมูล และมีอดีตภรรยาของผู้นำคนหนึ่ง นั่งอยู่ใกล้ๆโดยเรียกเก็บเงินคนละ 50 บาทและมีชาวบ้านในหมู่บ้านทยอยมาให้ลงทะเบียนให้จำนวนมาก

หลอกชาวบ้านรับลงทะเบียนโครงการ "เราไม่ทิ้งกัน"

หลังจากนั้น ตนเองได้กลับมาบ้านไม่ได้คิดอะไรแต่พอมานั่งดูทีวี รัฐบาลเริ่มจ่ายเงินเยียวยามีหลายคนได้รับเงินเยียวยาแล้ว ตนเองก็เอะใจว่าทำไมตนเองยังไม่ได้รับสักทีจึงได้ให้บุตรสาวคือนางสาวณฐพร กุลดวงจันทร์กดโทรศัพท์เข้าไปในระบบ โดยทางระบบได้แจ้งว่าตนเองและบุตรสาวยังไม่ได้ลงทะเบียนในโครงการเราไม่ทิ้งกันของรัฐบาลแต่อย่างใด


หลอกชาวบ้านรับลงทะเบียนโครงการ "เราไม่ทิ้งกัน"

จากนั้นตนเองได้โทรศัพท์เพื่อจะไปสอบถามผู้นำคนที่พูดออกหอกระจายข่าวว่าเป็นยังไง แต่ผู้นำคนนั้นไม่รับสายจากนั้นนางสาวณฐพร กุลดวงจันทร์บุตรสาวจึงได้เดินทางไปสอบถามกับหญิงคนที่รับกรอกข้อมูลลงทะเบียน ซึ่งอยู่หมู่บ้านใกล้ๆและมีการถ่ายคลิปวีดีโอในการพูดคุยตลอด และถามหญิงคนนั้นว่า ทำไมตนเองกับมารดาและญาติ ๆ ถึงไม่มีชื่อในระบบ ทำให้หญิงคนนั้นไม่พอใจ และตอบกลับมาว่า ช่วยไม่ได้ ชาวบ้านมาลงทะเบียนและจ่ายเงินเอง ปัดความรับผิดชอบ โดยนางสาวณฐพร กุลดวงจันทร์ ได้กล่าวตนเองได้เดินทางไปกับน้องสาว ซึ่งตอนนั้น เป็นเวลาประมาณช่วง15:00น.ซึ่งเป็นเวลากลางวันขณะเดียวกันได้มีชายอายุประมาณ35ปี ยืนอยู่ใกล้ๆได้ตะโกนไล่ตนเองกับน้องสาวให้ออกจากบ้านให้เวลา5นาที ถ้าไม่ออกจากบ้าน จะฆ่าให้ตาย ตนเองจึงได้ยินอย่างนั้น จึงตกใจกลัวจึงชวนน้องสาวกลับออกมาและได้ปรึกษาทางญาติเข้าไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหนองบัวลำภูและให้เข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เมืองหนองบัวลำภูและมอบเอกสารส่วนหนึ่งให้สื่อมวลชน ช่วยเป็นสื่อกลางในการตรวจสอบ เพราะคู่กรณีเป็นลูกน้องของผู้นำชุมชนที่มีอิทธิพลมากในหมู่บ้านเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และวันนี้ตนเองได้ลงมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ที่ว่าการอำเภอเมืองหนองบัวลำภู พร้อมกับญาติอีกรวมทั้งหมด5คน มีนางปิยะรัตน์ กุลดวงจันทร์,นางสาวณฐพร กุลดวงจันทร์,นางจับใจ นามประมา,นางสมสมัย แท่งทอง,นางสาวสาวิตี แท่งทอง

หลอกชาวบ้านรับลงทะเบียนโครงการ "เราไม่ทิ้งกัน"

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ มีผู้นำคนนึงได้ใช้หอกระจายข่าวประกาศจึงทำให้น่าเชื่อถือมีชาวบ้านคนแก่คนเฒ่าที่ไม่มีโทรศัพท์ และไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องการลงทะเบียนจึงหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อโดยเสียเงินให้คนละ50บาทและตนเองจะได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองหนองบัวลำภู ในคดีฉ้อโกงประชาชน และโดนข่มขู่เพื่อจะเอาชีวิตจึงขอเชิญสื่อมวลชนช่วยเป็นสื่อกลางและนำเสนอความจริงให้กับตนเองและกลุ่มพี่น้องประชาชนชาวบ้านที่โดนหลอกด้วยข่าวคืบหน้าผู้สื่อข่าวรายงานให้ทราบต่อไป

ข่าวล่าสุด