หลังจากนั้น ตนเองได้กลับมาบ้านไม่ได้คิดอะไรแต่พอมานั่งดูทีวี รัฐบาลเริ่มจ่ายเงินเยียวยามีหลายคนได้รับเงินเยียวยาแล้ว ตนเองก็เอะใจว่าทำไมตนเองยังไม่ได้รับสักทีจึงได้ให้บุตรสาวคือนางสาวณฐพร กุลดวงจันทร์กดโทรศัพท์เข้าไปในระบบ โดยทางระบบได้แจ้งว่าตนเองและบุตรสาวยังไม่ได้ลงทะเบียนในโครงการเราไม่ทิ้งกันของรัฐบาลแต่อย่างใด
จากนั้นตนเองได้โทรศัพท์เพื่อจะไปสอบถามผู้นำคนที่พูดออกหอกระจายข่าวว่าเป็นยังไง แต่ผู้นำคนนั้นไม่รับสายจากนั้นนางสาวณฐพร กุลดวงจันทร์บุตรสาวจึงได้เดินทางไปสอบถามกับหญิงคนที่รับกรอกข้อมูลลงทะเบียน ซึ่งอยู่หมู่บ้านใกล้ๆและมีการถ่ายคลิปวีดีโอในการพูดคุยตลอด และถามหญิงคนนั้นว่า ทำไมตนเองกับมารดาและญาติ ๆ ถึงไม่มีชื่อในระบบ ทำให้หญิงคนนั้นไม่พอใจ และตอบกลับมาว่า ช่วยไม่ได้ ชาวบ้านมาลงทะเบียนและจ่ายเงินเอง ปัดความรับผิดชอบ โดยนางสาวณฐพร กุลดวงจันทร์ ได้กล่าวตนเองได้เดินทางไปกับน้องสาว ซึ่งตอนนั้น เป็นเวลาประมาณช่วง15:00น.ซึ่งเป็นเวลากลางวันขณะเดียวกันได้มีชายอายุประมาณ35ปี ยืนอยู่ใกล้ๆได้ตะโกนไล่ตนเองกับน้องสาวให้ออกจากบ้านให้เวลา5นาที ถ้าไม่ออกจากบ้าน จะฆ่าให้ตาย ตนเองจึงได้ยินอย่างนั้น จึงตกใจกลัวจึงชวนน้องสาวกลับออกมาและได้ปรึกษาทางญาติเข้าไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหนองบัวลำภูและให้เข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เมืองหนองบัวลำภูและมอบเอกสารส่วนหนึ่งให้สื่อมวลชน ช่วยเป็นสื่อกลางในการตรวจสอบ เพราะคู่กรณีเป็นลูกน้องของผู้นำชุมชนที่มีอิทธิพลมากในหมู่บ้านเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และวันนี้ตนเองได้ลงมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ที่ว่าการอำเภอเมืองหนองบัวลำภู พร้อมกับญาติอีกรวมทั้งหมด5คน มีนางปิยะรัตน์ กุลดวงจันทร์,นางสาวณฐพร กุลดวงจันทร์,นางจับใจ นามประมา,นางสมสมัย แท่งทอง,นางสาวสาวิตี แท่งทอง