เนชั่นทีวี

ข่าว

โฆษก ศบค.โต้กระแสวิจารณ์! ดูแลผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ดีกว่าคนในประเทศ

15 เม.ย. 2563 | thanya_pat

โฆษก ศบค.โต้กระแสวิจารณ์! ดูแลผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ดีกว่าคนในประเทศ

โฆษก ศบค. เผย ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มวันนี้ 30 คน เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย พร้อมโต้กระแสวิจารณ์ดูแลผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศดีกว่าคนในประเทศ ชี้ ทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานสาธารสุข ยืนยัน ไม่ต้องการให้เกิดความแตกต่าง

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในประเทศไทยอยู่อันดับที่ 50 ของโลก โดยมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ 30 คนกลับบ้านได้แล้วจำนวน 1497 คน รักษาอยู่ในโรงพยาบาลจำนวน 1103 คน รวมยอดผู้ป่วยสะสมยืนยัน 2643 คน และเสียชีวิตเพิ่ม 2 รายรวมเสียชีวิต 43 รายโดยผู้เสียชีวิต 2 รายประกอบด้วยหญิงไทยอายุ 65 ปี ประกอบอาชีพขายอาหารที่ถนนคนเดิน มีประวัติเป็นโรคเบาหวานไตวายเรื้อรังความดันโลหิตสูง พบมีอาการไข้สูง ไอ โดยซื้อยามารับประทานเอง และวันที่ 12 เมษายนได้เข้าไปตรวจรักษาอีกครั้งที่โรงพยาบาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากการสอบสวนโรคพบ มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันภายในบ้าน และวันที่ 18 มีนาคมเข้ารับการรักษาอีกครั้งซึ่งผลยืนยัน ติดเชื้อ โควิด -19 โดยต่อมาในวันที่ 22 มีนาคม มีอาการหายใจเหนื่อยหอบ ผลเอกซเรย์พบปอดอักเสบรุนแรง หัวใจโต และเสียชีวิตใน วันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา // ส่วนผู้เสียชีวิตรายที่ 2 เป็นชายไทยอายุ 60 ปี มีประวัติเดินทางกลับจากร่วมพิธีทางศาสนาอิสลามในประเทศอินโดนีเซีย โดยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและมีอาการแย่ลงเรื่อยๆ และเสียชีวิตในวันที่ 14 เมษายนโดยประวัติเสี่ยงของผู้ติดเชื้อทั้ง 30 คนพบเป็นผู้ป่วย ในระบบการคัดกรองโรค 29 คน แบ่งเป็นสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 19 คน และไม่สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 3 คน ซึ่งมาจากกลุ่มคนไทยเดินทางกลับจากประเทศฝรั่งเศส 1 คน ไปสถานที่ชุมชน 2 คน และอยู่ระหว่างสอบสวนโรคอีก 7 คน นอกจากนั้นยังมีผู้ติดเชื้อจากการทำState Quarantine จากประเทศสหรัฐอเมริกาและต่อเครื่องที่ประเทศญี่ปุ่น ในพื้นที่กรุงเทพฯอีก 1 คน

โดยการกระจายตัวผู้ป่วยสะสม 2643 คนในพื้นที่ 68 จังหวัดทั่วประเทศ 10 อันดับแรกประกอบด้วยกรุงเทพมหานคร 1328 คน ภูเก็ต 190 คน นนทบุรี 149 คน สมุทรปราการ 108 คนยะลา 93 คน ปัตตานี 85 คน ชลบุรี 81 คนสงขลา 56 คน เชียงใหม่ 40 คน ปทุมธานี 33 คนและอยู่ระหว่างสอบสวนโรคอีก 71 คนส่วนจากการวิเคราะห์ข้อมูลจะเห็นว่าในระหว่างเดือนมีนาคมและเมษายนการติดเชื้อในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลพบว่ารูปแบบในเดือนมีนาคม มีผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ สูงถึงร้อยละ 15 และเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 17 แต่การติดเชื้อนอกบ้านในเดือน มีนาคมพบว่ามีผู้ติดเชื้อร้อยละ 77 เดือนเมษายนลดลงเหลือเพียงร้อยละ 60 ส่วนการติดเชื้อภายในบ้านเดือน มีนาคมพบ ร้อยละ 80 เดือนเมษายนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 23 บาทจะเป็นการผลสืบเนื่องมาจากการประกาศเคอร์ฟิวจึงทำให้มีผู้ติดเชื้อภายในบ้านมากขึ้น ฉะนั้นจึงต้องเว้นระยะห่างและสวมหน้ากากอนามัยแม้จะอยู่ภายในบ้านส่วนการประกาศเคอร์ฟิวพบผู้กระทำความผิดออกนอกเคหสถาน ใน 3 ลำดับแรกประกอบด้วยเดินทางกลับที่พัก /ออกมาทำธุระ/ดื่มสุรา เล่นการพนัน และยาเสพยาเสพติด จำนวนทั้งสิ้น 843 คน โดยได้ตักเตือนไปทั้งสิ้น 98 คน และดำเนินคดี 747 คน ส่วนการมั่วสุมชุมนุม ประกอบด้วย การเล่นการพนัน ดื่มสุรา และเสพยาเสพติด มีจำนวนทั้งสิ้น 81 คนได้ดำเนินคดีทั้งหมดนอกจากนี้การดำเนินคดีมากที่สุดอยู่ใน 3 พื้นที่ประกอบด้วยพื้นที่สถานีตำรวจภูธรภาค 1 สถาน 182 คนมั่วสุมชุมนุม 8 คนโดยจังหวัดที่พบสูงสุดคือจังหวัดปทุมธานี พื้นที่ที่ 2 เป็นพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 ออกนอกเคหะสถาน 84 คนมั่วสุมชุมนุม 22 คนโดยพื้นที่สูงสุดอยู่ในจังหวัดชลบุรี และลำดับสุดท้ายในพื้นที่ สถานีตำรวจภูธรภาคที่ 7 พบการออกนอกเคหสถานทั้งสิ้น 105 คน โดยสูงสุดในจังหวัดสมุทรสาครแต่หากจำแนกเป็นพื้นที่จังหวัด 10 อันดับการดำเนินคดีสูงสุด อยู่ที่จังหวัดปทุมธานี 61 คนนนทบุรี 56 คน กรุงเทพฯ 55 คน ชลบุรี 35 คนสงขลา 26 คน สมุทรสาครที่ 15 คน ภูเก็ต 24 คน เชียงใหม่ 22 คน นครปฐม 21 คน และสระบุรี 20 คน

ด้านการเดินทางเข้าออกประเทศใน วันที่ 15 เมษายน มีคนไทยเดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ 92 ด้วยเที่ยวบิน ke651 ในเวลา 22.00 น. วันที่ 16 เมษายน เดินทางกลับมาจากมัลดีฟ จำนวน 70 คนด้วยเที่ยวบิน Q 2-9350 เวลา 15.15 น ในวันที่ 17 เมษายนจะมีคนไทยเดินทางกลับมาจากประเทศบังคลาเทศ จำนวน 35 คนในเวลา 13.40 น ด้วยเที่ยวบิน BS 213 และในวันที่ 18 เมษายน มีคนไทยเดินทางจากกลับจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จำนวน 120 คนด้วยเที่ยวบิน EY 9827ทั้งนี้มีการรายงานว่าจะมีผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศในวันที่ 18 เมษายนที่จะถึงนี้โดยมีเอกสารจากผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาแจ้งว่าจะเดินทางกลับมาจากประเทศมาเลเซีย 3635 คนและอินโดนีเซีย 12 คนนั้นสถานที่กักกันโรคจะเพียงพอหรือไม่ นายแพทย์ทวีศิลป์ระบุว่า มาตรการรองรับได้มีการหารือระหว่างศูนย์ศบค.และกระทรวงสาธารณสุขมาโดยตลอดซึ่งมีความชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่ยอมรับได้คือการเดินทางเข้ามาของคนไทยจะต้องไม่เกิน 200 คน ต่อวัน และจะต้องเป็นในลักษณะการทยอยเดินทางกลับ และหากสถานที่กักกันโรคในพื้นที่นั้นๆไม่เพียงพอจะมีการขยายถ่ายประชาชนไปยังจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้ผู้ที่จะเข้ามาอยู่ในสถานกักกันและผู้ที่ดูแลนั้นไม่เดือดร้อนพร้อมกับฝากทุกคนให้กำลังใจซึ่งกันและกันอยากให้หยิบยกเรื่องดีๆมาพูดคุยกันมากกว่าส่วนกระแสข่าวที่มีการเปรียบเทียบว่าสถานกักกันโรคของผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศมีความไม่เป็นธรรมเนื่องจากคนในประเทศไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า ตนต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่าส่วนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ไม่ใช่ต้องการให้เกิดความแตกต่าง แต่ทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข หากมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นของผู้ที่เดินทางกลับจะพบความสูญเสียมากกว่าอาหาร 3 มื้อที่เสียไป ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการเอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องการทำตามหน้าที่และยืนยันอีกครั้งว่าจะดูแลทุกคนเป็นอย่างดี ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ศูนย์ศบค. จะมีการชี้แจงการประชุมในเวลา 14.00 น ขอให้ทุกคนรอฟังรายละเอียด และวางใจเป็นกลางว่าจะสามารถ ผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด