พิษโควิดทำ อภ. เร่งผลิตยาจ่ายผู้ป่วยเรื้อรังล่วงหน้า
15 เม.ย. 2563 | khwanriam_kae

อภ.เพิ่มกำลังการผลิตอีกร้อยละ 50 หวังผู้ป่วยโรคเรื้อรังมียาใช้อย่างต่อเนื่อง ลดความแออัดติดเชื้อโควิด-19 พร้อมขอความร่วมมือโรงพยาบาลบริหารจัดการจัดสรรยาให้เหมาะสม
ข่าว
15 เม.ย. 2563 | khwanriam_kae

อภ.เพิ่มกำลังการผลิตอีกร้อยละ 50 หวังผู้ป่วยโรคเรื้อรังมียาใช้อย่างต่อเนื่อง ลดความแออัดติดเชื้อโควิด-19 พร้อมขอความร่วมมือโรงพยาบาลบริหารจัดการจัดสรรยาให้เหมาะสม
รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม หรือ อภ. ดร.ภญ.มุกดาวรรณ ประกอบไวทยกิจ บอกว่า จากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก รวมถึงประเทศที่เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบของยา เช่น จีน อินเดีย อเมริกา และประเทศแถบยุโรป
ซึ่งประเทศเหล่านั้นได้ใช้มาตรการปิดประเทศ ทำให้เกิดปัญหาในการจัดส่งวัตถุดิบยาบรรจุภัณฑ์ ประกอบกับหลายโรงพยาบาลเริ่มมีการใช้นโยบายจ่ายยาสำหรับโรคเรื้อรังล่วงหน้า 6 เดือน เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
จึงทำให้โรงพยาบาลมีการสำรองยามากกว่าปกติขณะเดียวกันต้องเพิ่มกำลังการผลิตในส่วนยาจำเป็นที่ต้องใช้รักษาโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน 5-6 รายการด้วย ซึ่งเป็นสถานการณ์กะทันหันที่องค์การฯไม่ได้คาดคิดไว้ก่อนในช่วงแรกนั้นส่งผลกระทบต่อการผลิตและสำรองยาอยู่บ้างในยาบ้างรายการ
เดิมในภาวะปกตินั้นองค์การฯ จะมีแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่างๆสำหรับการผลิตไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งอาจมีวัตถุดิบบางรายการต้องกำกับดูแลเป็นพิเศษ
โดยจะมีการทยอยผลิตเป็นยาสำเร็จรูปสำรองไว้ในคลังในจำนวนที่ผู้ป่วยสามารถใช้ได้ 2-3 เดือนเป็นอย่างน้อย เมื่อเริ่มมีสถานการณ์โควิด-19 เข้ามา เมื่อปลายเดือนมกราคม 2563 องค์การฯ ได้มีการปรับแผนการผลิตมาอย่างต่อเนื่องมุ่งเน้นกลุ่มยาจำเป็นโรคเรื้อรังเป็นสำคัญโดยเร่งให้มีการส่งมอบวัตถุดิบและอุปกรณ์การผลิตต่างๆ เร็วขึ้นหากวัตถุดิบบริษัทไหนติดขัดเรื่องการส่งมอบจะทำการจัดซื้อจากแหล่งวัตถุดิบแห่งใหม่ 2-3 แห่งที่ได้รับการตรวจรับรองคุณภาพแล้วเพื่อนำมาใช้ในการผลิตได้ทันและเพียงพอต่อความต้องการ
พร้อมทั้งได้ติดตั้งเครื่องบรรจุยาลงแผงอัตโนมัติความเร็วสูงจากประเทศเยอรมันอีกหลายเครื่องขณะเดียวกันได้มีแสวงหาแหล่งวัตถุดิบเพิ่มเติมอีกหลายแห่ง เช่น
ยาซิมวาสแตติน (Simvastatin) ใช้ลดระดับคลอเรสเตอรอลชนิดไม่ดีและไตรกลีเซอไรด์ในหลอดเลือดขณะนี้มีแหล่งวัตถุดิบจำนวน 5 ราย ในประเทศ อินเดีย อภ.สามารถเพิ่มกำลังผลิตจาก 56 ล้านเม็ด/เดือน เป็น 62 ล้านเม็ด/เดือน
ยาแอมโลดิพีน(Amlodipine) รักษาความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจขณะนี้มีแหล่งวัตถุดิบ จำนวน 3 ราย ในประเทศอินเดีย อภ.เพิ่มกำลังผลิตจาก 50ล้านเม็ด/เดือน เป็น 75 ล้านเม็ด/เดือน
ในส่วนยาเมทฟอร์มิน(Metformin) ยาใช้รักษาโรคเบาหวาน อภ.สามารถเพิ่มกำลังผลิตจาก75 ล้านเม็ด/เดือนเป็น106 ล้านเม็ด/เดือน ยาลอซาร์แทน (Losartan) ใช้ลดความดันโลหิตที่ออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายตัวขณะนี้มีแหล่งวัตถุดิบ จำนวน 3 ราย ในประเทศจีน 1 ราย และประเทศอินเดีย 2 ราย กำลังผลิตเป็น 27 ล้านเม็ด/เดือน
ยาต้านไวรัสเอดส์ทั้ง 22 รายการ นั้นได้เพิ่มกำลังการผลิตทุกรายการด้วยแล้วเช่นกัน
โดยในภาพรวมแล้วคาดว่าเดือนเมษายน องค์การฯจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เฉลี่ย 30% และตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไปจะเพิ่มกำลังการผลิตยาจำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังให้ได้ถึง 50%
รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมบอกอีกว่า องค์การฯ ไม่นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ของวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ซึ่งยังไม่มีความแน่นอนว่าจะยุติหรือเบาบางลงเมื่อไร จึงได้ทำการหาแหล่งวัตถุดิบแหล่งใหม่สำรองเพิ่มเติมไว้อย่างต่อเนื่อง แล้วมั่นใจได้ว่าองค์การฯยังคงสามารถผลิตยาได้ตามความต้องการและคงราคายาไว้ตามเดิมแม้สถานการณ์ต่างๆจะไม่เอื้ออำนวยมากนักและผู้ป่วยโรคเรื้อรังจะยังคงมียาใช้อย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือโรงพยาบาลต่างๆ ช่วยบริหารจัดการและจัดสรรทยอยส่งยาให้ผู้ป่วยตามรอบการรักษา สอดคล้องกับปริมาณยาที่องค์การฯจัดส่งไปสำรองทุก 1- 2 เดือน
โดยจัดส่งยาให้ผู้ป่วยทางไปรษณีย์ ซึ่ง สปสช.ได้จัดงบชดเชยให้หน่วยบริการเพิ่มเติมในอัตราไม่เกิน 50 บาท/ครั้ง หรือโครงการรับยาใกล้บ้านซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมียาใช้อย่างต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์ที่เป็นวิกฤติเช่นนี้..