14 เม.ย.63 นางราตรี กุลโฮง เจ้าของร้านนวดแผนไทย อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้เรียกร้องให้รัฐบาล หรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยากรณีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ตามมาตรการ "คนไทยไม่ทิ้งกัน" เดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน หลังจากที่ลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่พอวันที่ 12 เม.ย. กลับได้รับข้อความแจ้งตอบกลับมาว่า ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาเนื่องจากคุณเป็นเกษตรกร ทำให้รู้สึกงงและแปลกใจ เพราะตัวเองไม่เคยประกอบอาชีพการเกษตรหรือไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรเลย
โดยยืนยันว่า ตนเองทำอาชีพนวดแผนไทยที่กรงเทพมหานคร มาตั้งแต่ปี 2551 2555 และปลายปี 2555 2559ก็ไปรับจ้างนวดแผนไทยที่ต่างประเทศ แล้วพอปี 2560 กลับมาเปิดร้านนวดแผนไทยเป็นของตัวเองที่ อ.สตึกโดยได้ยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ.2499ในการประกอบพาณิชยกิจ ประเภทนวดแผนไทย เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2560 ที่สำคัญยังได้รับหนังสือทั้งทางสาธารณสุขจังหวัด และเทศบาลตำบลสตึก ให้ปิดร้านนวดแผนไทยตามประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อจ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ไปจนถึงที่วันที่ 30 เม.ย. แต่พอลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาตามมาตรการของรัฐ กลับแจ้งว่าตนเองเป็นเกษตรกร ทำให้ต้องเสียสิทธิ์ได้รับการเยียวยา ทั้งที่อาชีพนวดแผนไทยเป็นอาชีพที่อยู่ในเงื่อนไขที่รัฐสั่งให้ปิดเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และทางร้านก็ให้ความร่วมมือยอมขาดรายได้ และพอตนเองได้รับข้อความดังกล่าวก็ได้ไปขอตรวจสอบชื่อที่เกษตรอำเภอ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยัน ก็ไม่มีชื่อในระบบว่าเป็นเกษตรกรแต่อย่างใด
จากกรณีดังกล่าวก็อยากให้มีความตรวจสอบใหม่ หรือหากเป็นไปได้ก็ให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ เป็นคนตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องส่งให้ทางส่วนกลาง เพราะตอนนี้ไม่รู้จะไปแจ้งกับหน่วยงานไหนและจะขอความช่วยเหลือจากใคร เพราะเดือดร้อนมากไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัวและค้างค่าเช่ามา 2 เดือนแล้ว