จากความบกพร่อง ผิดพลาด และกระแสความไม่พอใจเกี่ยวกับมาตรการเยียวยา 5,000 บาท ของรัฐบาล ทำให้ฝ่ายต่างๆ ออกมาเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งเฉพาะหน้าและยั่งยืน เนื่องจากความเดือดร้อนของผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มคนจนและคนหาเช้ากินค่ำ เป็นเรื่องที่ "รอไม่ได้" เนื่องจากกระทบทันทีและเดือดร้อนทุกวัน

อาจารย์สุนีย์ ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งทำงานเรื่องคนรากหญ้ามาโดยตลอด เขียนข้อความในเฟซบุ๊กเรื่อง "ข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อพี่น้องที่กำลังยากลำบากทุกคน ทั้งเฉพาะหน้าและความยั่งยืน" ระบุว่าการจ่ายเงินช่วยเหลือเฉพาะหน้าเพื่อประคับประคองชีวิต เช่น เดือนละ 5,000 บาท ต้องจ่ายให้ทุกคนแทนการคัดกรองอย่างที่ทำอยู่โดยอาจตั้งฐาน "คัดออก" เฉพาะคนที่มีรายได้แน่นอนเดือนละมากกว่า 50,000 หรือ 100,000 บาทขึ้นไปเท่านั้น เพื่อไม่ให้คนที่กำลังยากลำบากโดยเฉพาแรงงานนอกระบบซึ่งมีหลายกลุ่มมาก ต้องตกหล่นหรือถูกเลือกปฏิบัติ

แนะจ่ายถ้วนหน้า "5,000" แทนคัดคนจนออก

ขณะเดียวกันต้องเพิ่มสวัสดิการดูแลกลุ่มเด็กเล็ก โดยจ่ายเงินอุดหนุนเด็กเล็กอายุ 0-6 ปี แบบถ้วนหน้าทุกคน แทนการคัดกรองแบบที่ทำอยู่ เพราะตอนนี้คนมีบุตรจะยิ่งลำบาก 
สุดท้ายเป็นแนวทางช่วยเหลือแบบยั่งยืน คือ แก้ไขเรื่องที่ดินทำกิน โดยจัดให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินอย่างแท้จริง เร่งแก้ปัญหาที่มีคนจำนวนมากถูกนโยบายทวงคืนผืนป่าหรือถูกจับ ถูกยึดที่ดิน เพราะวันนี้จำเป็นต้องแก้ปัญหาที่ยั่งยืนรับโควิด เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการจะชะลอตัวอีกนาน ต้องให้ชาวบ้านพึ่งตนเองได้ แรงงาน
ทั้งในและนอกระะบบที่มีฐานอยู่ชนบท ควรส่งเสริมทุนและความรู้ให้ทำเกษตรกรรม หรือการแปรรูปสินค้าเกษตร หรือวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้อยู่ได้

แนะจ่ายถ้วนหน้า "5,000" แทนคัดคนจนออก