คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลควรดูแลพี่น้องประชาชนที่ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการเยียวยารายละ 5,000 บาทอย่างครอบคลุมและทั่วถึง ซึ่งต้องรวมถึงพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งจากโรคระบาดและภัยแล้ง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ รัฐบาลต้องใช้งบประมาณแผ่นดินและเงินที่จะกู้เพื่อแปลงวิกฤติเป็นโอกาส ด้วยการสร้าง มูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการ โดยสนับสนุนสินเชื่อหรือยกเว้นภาษีเกี่ยวกับการนำเข้าเพื่อลงทุนเกี่ยวกับเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือเครื่องใช้ที่ปลอดภัยจากไวรัส เช่น เครื่องปรับอากาศ ฆ่าเชื้อ เป็นต้น รวมทั้งการจัดอบรมบุคลากรที่อยู่ในอุตสาหกรรมบริการ ให้มีมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข
ส่วนการช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ส่วนใหญ่ไม่อยู่ในระบบการกู้ยืมเงินผ่านธนาคารต่างๆ ตามปกติ จึงต้องมีมาตรการช่วยเหลือ และแนวทางการฟื้นฟูที่แตกต่างจากกรณีปกติธรรมดา โดยผู้ประกอบการ SMEs ที่มีรายได้มากกว่า 25 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป ควรเน้นไปที่มาตรการด้านภาษี ความสะดวกหรือสิทธิพิเศษในการส่งออกหรือนำเข้า และการตลาด ผู้ประกอบการ SMEs ที่มีรายได้ระหว่าง 10 25 ล้านบาทต่อปี ควรเน้นเรื่องสิทธิพิเศษ มาตรการทางภาษี แหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ และการตลาด ผู้ประกอบการ SMEs ที่มีรายได้ระหว่าง 1 แสน 10 ล้านบาทต่อปี ควรเน้นที่แหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เข้าถึงง่าย และการตลาดเป็นสำคัญ