ผู้บริโภคจำเป็นต้องหันมาซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น และร้านค้าปลีกใน ชุมชนต้องปรับมาใช้วีแชท (WeChat) ในการสื่อสารซื้อขายสินค้ากับประชาชนในพื้นที่ซึ่งคาดว่ารูปแบบการซื้อ ขายเช่นนี้จะยังคงอยู่ในชุมชนชาวจีนหลังจากที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผ่านพ้นไปแล้ว เนื่องจากผู้บริโภคจะ หันมาใส่ใจเรื่องการป้องกันด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งกระบวนการซื้อขายและความปลอดภัยของสินค้า
นอกจากนี้ ผู้บริโภคจะมุ่งเน้นการซื้อขายสินค้าไปที่อาหารสด เช่น ผัก ผลไม้ และเนื้อสดมากขึ้น เพราะคิดว่าดีต่อสุขภาพมากกว่า สินค้าที่ตั้งอยู่บนชั้นวางของมานาน ผลกระทบอีกด้านหนึ่งที่สำคัญ คือ ภาคการคมนาคมขนส่งและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (หมายรวมถึง โรงแรม รีสอร์ท และการค้าในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ) ที่ส่งผลกระทบต่อการค้าปลีกและบริการด้านอาหาร
ส่วนการจำกัดขอบเขตการเคลื่อนย้ายสินค้าและประชาชน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการส่งสินค้าออนไลน์ ทำให้ สินค้าบางประเภทขาดตลาด และใช้เวลานานในการเติมเต็มคลังสินค้า ก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อาหารที่ถูกสุขลักษณะไม่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากนัก ยกตัวอย่างเช่น บรรจุภัณฑ์ของร้านขายของชำไม่ได้รับความใส่ใจด้านสุขลักษณะ แม้ว่าผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าอาหาร ชั้นนำ (delivery) เช่น เอ้อ-เลอ-มา (Ele.me) และเหมยเถียน (Meituan)จะทำงานร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ของร้านขายของชำให้ดีมากขึ้น แต่จนถึงปัจจุบัน ประเด็นนี้ก็ยังไม่ได้รับการพัฒนาและแก้ไข โดยมีเพียง 32% ที่จะมีบรรจุภัณฑ์ใส่เฉพาะสำหรับอาหารสด
นอกจากนี้ ร้านอาหารขนาดใหญ่ เช่น สีเป่ย (Xibei) และแมคโดนัลด์ ยกระดับการสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้บริโภคมากขึ้น ด้วยการบันทึกและแจ้งอุณหภูมิ ร่างกายของพนักงานและจำนวนครั้งของการล้างมือของพนักงานในครัวและพนักงาน delivery ทุกครั้ง เพื่อให้ผู้บริโภค มีความไว้ใจในสินค้าที่กำลังจะบริโภค
สำหรับพัสดุหรือ packaging ที่ส่งมายังประชาชนในชุมชน ก็จะถูกวางไว้ใน บริเวณนอกชุมชน จากนั้นเจ้าหน้าที่จัดการพัสดุก็จะจัดวางพัสดุตามหมายเลขห้องพัก และทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค พัสดุทุกชิ้น สินค้าอาหารสดก็เช่นกัน จะถูกวางแยกบนชั้นวางของเพื่อให้ประชาชนมาเลือกหยิบไป กรณีเมืองถงหลู่ (Tonglu) มณฑลเจ้อเจียง (Zhejiang) ได้มีการออกกฎระเบียบการบริหารจัดการภายใต้ การปิดเมืองระหว่างวันที่ 2-17 กุมภาพันธ์ 2563 โดยอนุญาตให้บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากแต่ละครัวเรือนเท่านั้น ใช้บัตรผ่านเดินทาง (travel pass) ที่ออกให้โดยภาครัฐ สามารถออกไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้ทุก ๆ สามวัน ส่วนสินค้าที่สั่งออนไลน์มาจะถูกนำมาวางไว้หน้าทางเข้าที่พัก
ก่อนจะมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ประชากรผู้สูงอายุในจีน (อายุเกิน 55 ปี) มีเพียง 12% ที่ซื้อของออนไลน์ โดยให้เหตุผลว่าหน้าจอเว็บต่าง ๆ เข้าถึงยาก แต่ถ้าเป็นการสื่อสารง่ายๆ อย่าง WeChat ก็ทำให้ ผู้สูงอายุสื่อสารได้ง่ายขึ้น จากการสำรวจของบริษัท Mintel ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 พบว่า 31% ของผู้สูงอายุในจีน ใช้โปรแกรม WeChat ในการหาข้อมูลอาหารเพื่อสุขภาพ
ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ร้านค้าปลีกในชุมชนใช้ WeChat ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลสินค้าที่มีการวางขาย โดยใช้รูปภาพและวิดีโอเป็นสื่อนำเสนอ นอกจากนี้ ชาวไร่ชาวสวนยังรวมกลุ่มกันหาลูกค้าผ่านทาง WeChat ซึ่งลูกค้าที่รวมกลุ่มกันซื้อสินค้า ก็จะได้รับสินค้า ในราคาพิเศษอีกด้วย
พฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไปอีกประการหนึ่ง คือก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผู้คนส่วนใหญ่ ซื้อสินค้าให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคเพียงแค่สองสามวันเท่านั้น แต่หลังการแพร่ระบาดฯ และได้รับคำแนะนำให้ อยู่ภายในที่พัก ประชาชนหันมาเลือกซื้อสินค้าในจำนวนมากขึ้นในแต่ละครั้ง เพื่อให้เพียงพออย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ ข้างหน้า ซึ่งรูปแบบการบริโภคเช่นนี้ คาดว่าจะอยู่ในสังคมจีนต่อไปหลังจากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้ว โดยคาดว่าในอนาคตสินค้าที่ขายในรูปแบบ package ขนาดใหญ่จะได้รับความนิยมมากขึ้น
แนวโน้มพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของชาวจีนที่มีแนวโน้มจะเปลี่ยนแปลง ไปต่อเนื่องภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ประกอบไปด้วย 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.ผู้บริโภคจะแสวงหา การรับรองสุขลักษณะและความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น 2.ผู้บริโภคสูงวัยเข้าใจการค้าปลีกมากขึ้น มีการเริ่ม หัดใช้เทคโนโลยีการซื้อของออนไลน์ และการใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งบริษัทผู้ผลิตเองก็จะใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุง รูปแบบ การนำเสนอสินค้าให้เหมาะสมกับประชากรสูงวัยมากขึ้นเช่นเดียวกัน
และ 3.รูปแบบการซื้อสินค้าที่เป็น หีบห่อหรือ package ขนาดใหญ่ อาจจะยังได้รับความนิยมต่อไป แต่การซื้อสินค้าครั้งละจำนวนมาก ๆ คาดว่าจะ ปรับกลับไปสู่การซื้อในรูปแบบเดิม ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นประเด็นที่ผู้ส่งออกและผู้ประกอบการไทยที่ค้าขายกับตลาดจีน ควร ทราบและหาวิธีปรับตัวรองรับต่อไป เพื่อให้สินค้าไทยยังเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าชาวจีนเช่นที่เคยเป็นมา
จากแนวโน้มที่โควิด-19 ทำให้พฤติกรรมและแนวทางการบริโภคของชาวจีนเปลี่ยนไปนั้น ดิฉันคิดว่า ในไทย เองก็จะมีผลพวงตามมาเช่นเดียวกัน เช่น ผู้บริโภคชาวไทยจะนิยมการสั่งอาหารผ่านแอปดิลิเวอรี่มากขึ้น ร้านค้าต้องใช้ เทคโนโลยีเป็น การจ่ายเงินจะเป็นเงินสดน้อยลง และอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ที่เป็นการเร่งดิสรัปชั่นให้เกิดเร็วขึ้น ซึ่ง ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่คงจะต้องปรับตัวรองรับให้ได้ในอนาคตอันใกล้นี้