นายกฯอังกฤษ หายป่วยโควิด-19 รับข่าวอังกฤษตายทะลุหมื่น!
12 เม.ย. 2563 | krailuk_n

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษ โพสต์ขอบคุณเจ้าหน้าที่การแพทย์สำหรับการรักษาโรคโควิด - 19 ให้เขาจนหายป่วย และออกจากโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวาน
ข่าว
12 เม.ย. 2563 | krailuk_n

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษ โพสต์ขอบคุณเจ้าหน้าที่การแพทย์สำหรับการรักษาโรคโควิด - 19 ให้เขาจนหายป่วย และออกจากโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวาน
จอห์นสันโพสต์วีดีโอลงในทวิตเตอร์ หลังจากที่ออกมาจากโรงพยาบาลเซ็นต์ โธมัส ในกรุงลอนดอน โดยบอกว่าเขาไม่มีคำพูดใดที่เหมาะสมสำหรับการขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยชีวิตเขา งานนี้ นายกรัฐมนตรีได้เอ่ยถึงเจ้าหน้าที่หลายคนที่ดูแลเขาขณะอยู่ที่โรงพยาบาลนานกว่าสัปดาห์ และ 3 วันในจำนวนนั้น อยู่ในห้องไอซียู แต่ระบุชื่อพยาบาล 2 คน ที่เฝ้าอาการของเขาตลอด 48 ชั่วโมงในช่วงที่เขาอาการหนัก โดยเขาใช้คำพูดว่าช่วงที่ " สิ่งต่าง ๆ อาจจะกลายเป็นอีกแบบหนึ่งก็ได้ "
เขาบอกว่า เจนนี่จากนิวซีแลนด์ และ หลุยส์ จากโปรตุเกส เป็นเหตุผลที่ ในที่สุดร่างกายของเขาได้รับอออกซิเจนที่เพียงพอ เขาบอกว่าเจ้าหน้าที่การแพทย์อีกหลายแสนก็กำลังงานแบบคนทั้งสอง
โดยในช่วงที่อยู่ในห้องไอซียู เขาได้รับออกซิเจน แต่ไม่ต้องสอดท่อช่วยหายใจ
หลังจากออกจากโรงพยาบาล นายกรัฐมนตรีจะไปพักฟื้นต่อที่ " เช็คเกอร์ " ที่เป็นบ้านพักในเขตชนบทประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี และจะยังไม่กลับมาทำงานในทันที
ในส่วนของผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนา อังกฤษเป็นประเทศรายล่าสุดที่มีผู้เสียชีวิตเกินหมื่นราย ตามหลังสหรัฐ อิตาลี สเปน และฝรั่งเศส โดยตัวเลขเช็คเมื่อเวลา ตี 5 ตามเวลาไทย อังกฤษมีผู้เสียชีวิต 10,600 รายและมีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 84,200 ราย มากเป็นที่ 6 ของโลก
ส่วนที่ฝรั่งเศส เรือบรรทุกเครื่องบินชาร์ล เดอ โกล ของฝรั่งเศส ก็เดินทางกลับถึงฐานที่เมืองตูลอง ทางใต้ของประเทศแล้ว หลังจากที่ต้องรีบกลับจากการปฏิบัติภารกิจกลางทะเลเร็วกว่ากำหนด เพราะลูกเรือ รวมถึงของเรือคุ้มกันอีกลำหนึ่งราว 50 นายติดไวรัส
หลังจากนี้ ลูกเรือทั้ง 1,700 นายของเรือบรรทุกเครื่องบิน จะถูกตรวจหาไวรัส และส่งไปกักกันโรคเป็นเวลา 14 วัน ตามพื้นที่ทหารทั่วภูมิภาค เช่นเดียวกับลูกเรือของเรือคุ้มกัน ปัจจุบันยังไม่รู้ว่า เกิดการติดเชื้อบนเรือได้อย่างไร
ฝรั่งเศสก็เจอปัญหากับไวรัสหนักเช่นกัน โดยประเทศมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 95,400 คน เป็นอันดับ 5 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 14,300 ราย มากเป็นอันดับ 4 ของโลก
ส่วนรัฐนิวยอร์กของสหรัฐ ที่มีผู้ติดเชื้อมากถึงกว่า 188,600 คน มากกว่าทุกประเทศ ยกเว้นสหรัฐ ปรากฏว่าพอจะมองเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์มากขึ้น เมื่อยอดผู้ติดเชื้อใหม่เมื่อวันเสาร์ เพิ่มมากกว่าวันก่อนแค่ 73คน แม้ว่ายอดผู้เสียชีวิตจะยังคงสููงอยู่คือเสียชีวิตเพิ่มอีก 758 ราย ซึ่งเป็นวันที่ 6 ติดต่อกันแล้วที่ผู้เสียชีวิตสูงเกินกว่า 700 ราย
เช่นเดียวกับอิตาลี ที่เมื่อวานมีผู้เสียชีวิต 431 ราย แต่ก็ถือว่าเป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ และเป็นวันที่ 9 ติดต่อกันที่ยอดการรับผู้ป่วยเข้าห้องไอซียูลดลง ยอดผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลก็ลดลง ส่วนยอดผู้ติดเชื้อใหม่อยู่ที่ประมาณ 4,000 คน ซึ่งก็อยู่ในระดับเดียวกันหลายวันที่ผ่านมา
ส่วนที่จีน มีการเพิ่มมาตรการคุมเข้มตามแนวพรมแดนกับรัสเซีย หลังจากที่พบผู้ติดเชื้อใหม่มากถึง 99 คนเมื่อวันเสาร์ โดย 97 ราย เป็นผู้ที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งนับเป็นการเข้ามาในจีนครั้งใหญ่ที่สุดของผู้ติดไวรัสนับตั้งแต่ที่เกิดการระบาดเป็นต้นมา ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อที่เข้ามาจากฝั่งรัสเซียก็เพิ่มขึ้นมากในช่วงหลายวันมานี้ อย่างที่เมืองสุ่ยเฟินเหอ เมื่อวันเสาร์ มีผู้ติดเชื้อเดินทางจากรัสเซียเข้ามายังจีน 194 คน และมากกว่า100 คน ไม่มีอาการ ทำให้ชาวเมืองที่มีประชาชนราว 70,000 คน ใช้มาตรการกักกันโรคในบ้าน โดยสมาชิก 1 คนของแต่ละครอบครัว สามารถออกมาซื้อสิ่งของจำเป็นได้ 3 วันต่อครั้ง และทางการใช้เวลา 5 วันตั้งโรงพยาบาลชั่วคราวเพื่อดูแลผู้ติดเชื้อ รวมแล้วมีคนเข้ามาในเมือง จากฝั่งรัสเซีย 2,497 คน
สำหรับชาวคริสต์ทั่วโลก ที่ตามปกติแล้วต้องฉลองเทศกาลอีสเตอร์กันเมื่อวาน แต่ปรากฏว่าบรรยากาศตามโบสถ์ต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงที่นครวาติกัน อยูู่ในสภาพเงียบเหงา หลายแห่ง แทบไม่มีใครไปร่วมพิธีทางศาสนาเพราะพิษของไวรัสทำให้ผู้คนหลีกเลี่ยงการชุมนุมของผู้คนหมู่มาก ขณะที่บางแห่งก็ใช้วิธีถ่ายทอดสดผ่านทางอินเตอร์เน็ต