เนชั่นทีวี

ข่าว

หยุด! "ปชป."เตือน"อัจฉริยะ"เตรียมตัวสู้คดีฐานบิดเบือน

10 เม.ย. 2563 | chairat_pat

หยุด! "ปชป."เตือน"อัจฉริยะ"เตรียมตัวสู้คดีฐานบิดเบือน

"รองโฆษกประชาธิปัตย์" สกิดทนายอัจฉริยะหยุดพาดพิงให้ร้าย "จุรินทร์ " เตรียมตัวต่อสู้คดีในชั้นศาล หลังเปิดเพจเฟซบุ๊กฉวยโอกาสใช้สถานการณ์โควิด-19 กล่าวหาเพื่อหวังยอดไลค์-แชร์

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตามที่วันนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้ทีมทนายความแจ้งดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ว่าการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ บิดเบือน ยุยง ปลุกปั่น ใส่ความ ฉวยโอกาส สร้างกระแสด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จจากเพจดังกล่าว เพียงเพื่อหวังสร้างกระแส เพิ่มยอดไลค์ ยอดแชร์ บนความหวาดวิตกและตระหนกกลัวของประชาชน ถือเป็นการจงใจเจตนาทำลายความน่าเชื่อถือของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทั้งส่วนตัวและการบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งชื่อเสียงและเกียรติยศที่ได้สั่งสมมาเป็นเวลานาน

หยุด! "ปชป."เตือน"อัจฉริยะ"เตรียมตัวสู้คดีฐานบิดเบือน



ทั้งนี้ นายจุรินทร์ เป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ทำงานการเมืองมาเป็นผู้แทนราษฎรครั้งแรกตั้งแต่อายุ 29-30 ปี เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกตั้งแต่อายุ 36 ปี และปฏิบัติภารกิจในฐานะรัฐมนตรีอย่างน้อย 4 รัฐบาลมาหลายกระทรวง ไม่เคยมีเรื่องทุจริต และพร้อมที่จะรับการตรวจสอบเสมอ แต่กรณีนี้นายจุรินทร์ได้อดทนติดตามมาโดยตลอด พบว่าไม่ใช่เป็นการตรวจสอบในลักษณะปกติ แต่เป็นลักษณะของการใส่ความ เห็นเข้าข่ายการใส่ความชัดเจน จึงจำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิ์แสวงหาความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมจากการใส่ความและทำให้เกิดความเสียหายต่อเกียรติยศชื่อเสียงและการปฏิบัติภารกิจของนายจุรินทร์ และเพื่อทำความจริงให้ปรากฏ ในส่วนกระบวนการตรวจสอบเรื่องหน้ากากอนามัย นายจุรินทร์ได้สนับสนุนให้มีกระบวนการตรวจสอบ เพื่อให้ข้อเท็จจริงได้ปรากฏต่อสังคมว่าเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะโดยผู้ตรวจการแผ่นดิน พนักงานสอบสวนหรือตำรวจซึ่งรวมทั้งในส่วนของกรรมาธิการของสภาฯ

นางดรุณวรรณ ยังกล่าวต่อด้วยว่า การเปิดเพจแล้วใช้สถานการณ์การระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาสร้างความเสียหายให้กับบุคคลอื่น นอกจากต้องถูกฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ยังเป็นพฤติกรรมที่สมควรได้รับการประนาม เพราะอาศัยสถานการณ์มาสร้างความตระหนกให้กับประชาชนที่กำลังอยูในภาวะที่วิตกหวาดกลัว นายอัจฉริยะ เป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จัก น่าจะต้องใช้วิจารณญาณในการนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง และควรเป็นต้นแบบที่ดีในการปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน มากกว่าการบิดเบือน จงใจให้ร้ายผู้อื่น เพื่อเรียกไลค์ สร้างความนิยม โดยการใช้วาจาหยาบคาย ก้าวร้าว รุนแรง และไม่เคารพสิทธิของผู้อื่น อีกทั้งนายอัจฉริยะเองก็ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษในเรื่องนี้ต่อ พล.ต.อ สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้เข้ามาดูแลเรื่องนี้แล้ว ดังนั้น หากนายอัจฉริยะมีพยานหลักฐานใดก็ชอบที่จะนำส่งต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้
"ขอเตือนนายอัจฉริยะ ให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว และเตรียมสู้คดี เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง และขอให้พี่น้องประชาชนที่ติดตามเพจ เฟซบุ๊กใด ๆ หากพบว่าเป็นเพจหรือเฟซบุ๊กที่มีพฤติกรรมการนำเสนอข้อมูลที่เข้าข่ายบิดเบือนความจริง จึงไม่ควรส่งต่อ หรือแชร์ข้อความนั้นด้วยเช่นกัน ตามกฎหมายกำหนดให้ "ผู้ส่งต่อ" มีความผิดและได้รับโทษเช่นเดียวกันกับผู้นำเสนอข่าวเท็จดังกล่าวด้วย และขอวิงวอนให้ทุกคนหันหน้ามาร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ในยามที่ประเทศชาติมีปัญหา เอาเวลาไปใช้ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยกันแก้ไขให้วิกฤตดังกล่าวผ่านไปได้โดยเร็ว" นางดรุณวรรณ กล่าว

ข่าวล่าสุด