เนชั่นทีวี

ข่าว

"ร่องรอยโรคระบาด" ในประวัติศาสตร์มนุษย์

09 เม.ย. 2563 | trairat_aek

"ร่องรอยโรคระบาด" ในประวัติศาสตร์มนุษย์

นี่ไมใช่ครั้งแรกที่โลกต้องเจอกับโรคระบาดใหญ่ และทุกครั้งที่เกิดขึ้นมิอาจประเมินค่าความสูญเสียได้ โดยเฉพาะชีวิตของเพื่อนร่วมโลกที่ต้องสังเวยให้กับโรคระบาดที่พวกเขาอาจจะไม่เคยรู้จักกับมันมาก่อน

มีสถิติที่น่าสังเกตุ บ่งชี้ว่า ทุกๆ 100 ปี จะมีโรคระบาดใหญ่เกิดขึ้น 1 ครั้งเหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น และแต่ละครั้งมนุษยชาติผ่านมันมาได้อย่างไร
พงศาวดาร หรือบันทึกทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับประเทศชาติ เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่สามารถบ่งบอกร่องรอยของโรคระบาดในอดีตได้ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ ตั้งเเต่ยังเป็นสยามประเทศ เคยพบโศกนาฏกรรมจากโรคระบาดใหญ่หลายต่อหลายครั้ง และผ่านพ้นมาได้ทุกครั้งจนกระทั่งวันนี้ปี 2263 ประวัติศาสตร์โลกบันทึกความสูญเสียของประชากรกว่า 125 ล้านคนจาก "black death" หรือ "ความตายสีดำ" ที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ"กาฬโรค" หรือ "โรคห่า"
พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับวันวลิต บันทึกความรุนแรงของ "กาฬโรค" หรือ "โรคห่า"ในครั้งนั้นว่า น้ำลายพิษของมังกรจากหนองน้ำ "ฆ่าคนจนเมืองร้าง"สร้างความปั่นป่วนในราชสำนัก ก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมโรคนี้อยู่คู่กับสยามประเทศเป็นเวลากว่า 170 ปี แม้จะไม่คงอยู่ตลอดไป แต่มันก็ไม่ได้หายไปไหน และกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 ราวปี พ.ศ.2437อาณาเขตการแพร่ระบาด เริ่มที่เมืองท่าของจีนและฮ่องกง เคลื่อนตัวไปยังแอฟริกา อินเดีย ยุโรป สิงคโปร์ ไทย และออสเตรเลียในครั้งนั้นสยามต้องหาทางป้องกันโรคระบาดที่มาทางเรือ ด้วยการก่อตั้ง "ด่านตรวจโรคเกาะไผ่" ขึ้นเพื่อควบคุมโรคติดต่อแห่งแรกของไทย

ความน่ากลัวของโรคระบาดในอดีต ถูกหยิบยกมาเป็นฉากหนึ่งในละครไทยหลายต่อหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น "โรคห่า" ที่มาของตำนาน "แร้งวัดสระเกศ"ที่ทำให้ผู้คนล้มตายลงพร้อมกันคราวละมากๆ จนไม่มีที่เผา"ทองเอกหมอยาท่าโฉลง" เล่าเรื่องราวของอหิวาตกโรค หรือไข้ป่วง จนทำให้แม่ชบาที่อุทิศชีวิตเพื่อรักษาคนไข้ เกือบเอาชีวิตไม่รอด
ส่วน "บุพเพสันนิวาส"ก็สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับ "โรคมาลาเรีย" ด้วยการแจกมุ้งให้บ่าวไพร่ ป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัดความรุนแรงของโรคระบาดร้ายแรงในอดีต มีสถิติการตายของประชากรโลกเป็นตัวชี้วัด เมื่อย้อนรอยโรคระบาดใหญ่ที่เกิดขึ้น มีสถิติบ่งชี้ว่าทุกๆ 100 ปีจะเกิดโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลก1 ครั้ง

"ร่องรอยโรคระบาด" ในประวัติศาสตร์มนุษย์


เริ่มจาก พ.ศ. 2263 เกิดการระบาดของกาฬโรค หรือโรคห่า คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกมากถึง 125 ล้านราย

"ร่องรอยโรคระบาด" ในประวัติศาสตร์มนุษย์


ผ่านมาอีก 100 ปี ในพ.ศ.2363 เกิดการระบาดของอหิวาตกโรค หรือไข้ป่วง ยอดผู้เสียชีวิตเฉพาะในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใกล้เคียงกว่า 3 หมื่นราย ขณะที่คนตายทั่วโลกมากกว่า 1 แสนราย

"ร่องรอยโรคระบาด" ในประวัติศาสตร์มนุษย์


100 ปีถัดมา พ.ศ.2463 ไข้หวัดใหญ่สเปน คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมหาศาลถึง 50 ล้านคน


กระทั่งล่าสุด พ.ศ.2563 โควิด-19 รายงานตัวเลขถึงวันที่ 9 เม.ย. มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 1.5 ล้านคน และยอดผู้เสียชีวิตกว่า 87,000 ราย ใกล้เคียงอหิวาตกโรคเมื่อ 200 ปีก่อน


วงจรของโรคระบาดใหญ่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะคงอยู่คู่กับมนุษย์ไปอีกนานแค่ไหนคือสิ่งที่สังคมอยากรู้ แต่มีการคาดการณ์ว่าไวรัสโควิด-19 อาจอยู่ยาวถึง 2 ปีเพราะกว่าวงการแพทย์จะผลิตยาและวัคซีนป้องกันโรคมาใช้ได้ต้องใช้ระยะเวลาศึกษาวิจัยอย่างน้อย 18 เดือน
ในมุมมองของ "ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์" หรือดร.แดน กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์สาธารณรัฐซิมบับเวประจำประเทศไทยหากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังอยู่อีกนานสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ "PANDEMIC New Normal"ในอนาคตคนอาจต้องอยู่กับโรคระบาดเป็นระยะตลอดไป จนกลายเป็นความปกติที่ทุกคนคุ้นเคย

ข่าวล่าสุด