จากการสอบสวน พบว่า คนขับรถคันดังกล่าว ทราบชื่อต่อมาว่า นายนิรันดร์ รวยเงิน อายุ 49 ปี ที่อยู่ 124 ม.3ต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ส่วนชาวกัมพูชาที่มากับรถคันดังกล่าว ประกอบด้วย นายเกียง ลาดี อายุ 23 ปี ที่อยู่ บ.โอเบยเจือน ต.โอโจรว อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย, นายเกียง ซีนา อายุ 28 ปี ที่อยู่ บ.โอเบยเจือน ต.โอโจรว อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย, นายเฮียน นน อายุ 24 ปี ที่อยู่ บ.ฮมโมฮอ ต.โคมเจย อ.สะเลาะกัมปงสวาย จ.กัมปงทม , นายเวิส ปู้ย อายุ 20 ปี ที่อยู่ บ.ฮมโมฮอ ต.โคมเจย อ.สะเลาะกัมปงสวาย จ.กัมปงทม ,นายเวิส ปิก อายุ 23 ปี ที่อยู่ บ.ฮมโมฮอ ต.โคมเจย อ.สะเลาะกัมปงสวาย จ.กัมปงทม, นายตัว เตียม อายุ 24 ปี ที่อยู่ บ.อันดงตรม ต.จงนาลือ อ.สะเลาะโสตง จ.กัมปงทม และนายลม ละ อายุ 24 ปี ที่อยู่ บ.อันดงตรม ต.จงนาลือ อ.สะเลาะโสตง จ.กัมปงทม โดยทั้งหมดมีพาสปอร์ตติดตัวมาด้วย
ทั้งนี้ ชาวกัมพูชาทั้งหมดให้การว่า เดินทางไปทำงานในพื้นที่ตอนในที่ ต.บ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ได้เหมารถแท็กซี่มาลงที่ตลาดบางวัวในราคา 5,000 บาท และได้มาว่าจ้าง นายนิรันดร์ ในราคา 3,500 บาท ให้มาส่งที่ บ.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เพื่อที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา ในประเทศกัมพูชา เนื่องจากไม่มีงานทำเพราะสถานการณ์ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ทางเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย.ทพ.1203 จึงได้ส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน สภ.โคกสูง เพื่อดำเนินคดีข้อหาขัดคำสั่งจังหวัด กรณีห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้ามาในเขตพื้นที่จังหวัดสระแก้ว และผิด พ.ร.ก.บริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้ร่วมกันบูรณาการตรวจสอบแนวชายแดนตลอดเส้นทางเพื่อตรวจเข้มโรคไวรัสโควิด-19 และขบวนการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในช่วงประกาศเคอร์ฟิว รวมทั้งการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งถือว่าเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจังหวัดสระแก้ว ที่ 944/2563 ลงวันที่ 5 เม.ย.63 เรื่องห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ข้อ 2 ห้ามรถตู้โดยสารส่วนบุคคล หรือรถยนต์ส่วนบุคคลที่บรรทุกผู้โดยสารต่างด้าวทุกกรณี เดินทางเข้ามาในเขตพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ทั้งนี้ คำสั่งฉบับนี้ออกโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ซึ่งอาศัยอำนาจตาม มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม มาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ด้วย