นพ.สุวรรณชัย วัฒนายื่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงแนวทางการปรับขยายผู้ต้องสงสัยติดเชื้อโควิด-19 ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค หรือ PUI เพื่อให้มีการตรวจประชาชนครอบคลุมตามสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเดิมจะต้องมีประวัติเดินทางในประเทศกลุ่มเสี่ยงหรือมีประวัติในพื้นที่พบผู้ติดเชื้อ เพิ่มขยายเป็น 3 กรณีที่ต้องอยู่ในข่ายสอบสวนและตรวจหาเชื้อโควิด-19 ประกอบด้วย
กรณีที่ 1 เฝ้าระวังด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ซึ่งเพิ่มขยายให้ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกประเทศ ทุกช่องทางที่มีไข้ 37.3 องศา หรือมีอาการระบบทางเดินหายใจ
กรณีที่ 2 การเฝ้าระวังในสถานพยาบาล แบ่งเป็น 2 ประเภท
2.1 ผู้สงสัยติดเชื้อที่มีอาการ มีไข้ 37.5องศา หรือมีประวัติร่วมอาการระบบทางเดินหายใจ หายใจหอบเหนื่อย มีประวัติไปพื้นที่เกิดโรคโควิด-19 ประกอบอาชีพกี่ยวข้องท่องเที่ยว แออัด ไปสถานที่ชุมนุม สัมผัสผู้ป่วย
2.2 กลุ่มผู้ป่วยโรคปอดอักเสบ แม้จะยังหาสาเหตุติดเชื้อไม่ได้ รักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้นใน 48 ชม. มีอาการรุนแรง ภาพถ่ายรังสีพบเชื้อในปอด
กรณีที่ 3 การเฝ้าระวังในบุคคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยบุคลากรทุกราย แพทย์ตรวจรักษาที่สงสัยว่าตนจะติดเชื้อโควิด-19 จะมีประวัติสัมผัสหรือแค่สงสัย เริ่มมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ น้ำมูก เจ็บคอฯ จะได้รับสิทธิ์การตรวจ
กรณีที่ 4 การเฝ้าระวังการป่วยเป็นกลุ่มก้อน (cluster)ที่มีผลตรวจ rapid test หรือ pcr มีผลไข้หวัดใหญ่เชื้อเป็นลบ แบ่งเป็น กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ที่ตั้งแต่ 3 รายขึ้นไปในแผนกเดียวกัน ,และกลุ่มบุคคลในสถานที่เดียวกันตั้งแต่ 5 รายขึ้นไป มีความเชื่อมโยงระบาดวิทยา
นอกจากนี้ ทางกระทรวงได้เพิ่ม ผู้ที่มีความสัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง หรือ High risk contact ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ไม่มีอาการแต่จะเจอในการสอบสวนโรค โดยกลุ่มนี้จะได้รับการตรวจโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน โดยรัฐจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ประกอบด้วย สมาชิกในครอบครัวของผู้ป่วย ผู้ท่องเที่ยวรวมกลุ่ม ผู้โดยสารแถวเดียวกัน 2 แถวหน้า 2 แถวหลังผู้ป่วย พนักงานบนเครื่องบิน โซนผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ด่านตรวจผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล คนมาเยี่ยม ที่ไม่สวมPPE ผู้ป่วยที่อยู่ห้องเดียวกัน เจ้าหน้าที่ห้องแล็บ โดยไม่สวมชุด PPE และผู้ร่วมงาน ร่วมโรงเรียนที่พบปะผู้ป่วย
ส่วนกรณีทีมแพทย์สหรัฐอเมริกา พบข้อมูลว่า การใช้ยาต้านมาลาเรีย หรือ ไฮดรอกซีคลอโรควิน รักษาผู้ป่วยโควิด-19 มีผลข้างเคียงรุนแรงต่อผู้ป่วย อธิบดีกรมควบคุมโรค ยืนยันว่า จากการเฝ้าระวัง และติดตามการใช้ยากับผู้ป่วย ยังไม่พบรายงานว่าเกิดผลข้างเคียงกับผู้ป่วยแต่อย่างใด แต่ก็มีระบบเฝ้าระวัง และติดคามอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
ทั้งนี้จากที่มีการคาดการณ์ว่า วันที้ 15 เมษายน 63 จะมีผู้ติดเชื้อสะสมประมาณ 7000 รายนั้น นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย ชี้แจงว่า หากพิจารณาตามยอดผู้ป่วยสะสมใน 10 วันที่ผ่านมา มีประมาณ 2,000ราย ซึ่งหากนับจากวันนี้ไปถึงวันที่ 15 เมษายน ส่วนตัวคาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยเพิ่มอีก 2,000ราย โดยไม่น่าจะมีผู้ป่วยถึง 7,000ราย ทั้งนี้ ประชาชนต้องให้ความร่วมมือในการงดการแพร่เชื้อ