ดร.เดบอราห์ เบิร์กซ์ ผู้ประสานงานของทำเนียบขาว ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แถลงว่า การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้ขยายช่วงเวลาการใช้แนวทางปฏิบัติให้ประชาชนทั่วประเทศ เว้นระยะห่างทางสังคมจนถึงวันที่ 30 เมษายน มีขึ้นหลังคณะทำงานได้ทบทวนแบบจำลองทางสถิติ (statistical models) 12 แบบ และยังมีรูปแบบอื่นที่จบลงด้วยตัวเลขเดียวกัน โดยผลการวิเคราะห์ ได้ให้ภาพที่น่ากลัวของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในสหรัฐฯ แม้จะใช้ระยะห่างทางสังคมก็ตาม
ซึ่งมีการประเมินว่า อาจมีคนเสียชีวิตในสหรัฐฯ วันละมากกว่า 2,000 คน ในช่วงกลางเดือนเมษายน ที่ถูกคาดการณ์ว่า เป็นช่วงที่ไวรัสระบาดหนักที่สุด ต้องใช้เตียงผู้ป่วย224,000 เตียง ในวันที่ 15 เมษายน เกินกว่าที่จะมีได้ถึง 61,000 เตียง ซึ่งถือเป็นช่วงการใช้ทรัพยากรสูงสุด และแม้จะขยายระยะห่างทางสังคมไปจนเดือนพฤษภาคม ก็อาจมีคนเสียชีวิตราว 82,000 คน ในเดือนสิงหาคม
ยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตใน 5 อันดับแรก
สหรัฐ ติดเชื้อ 245,213 ตาย 5,983
อิตาลี ติดเชื้อ 115,242 ตาย 13,915
สเปน ติดเชื้อ 112,065 ตาย 10,348
เยอรมนี ติดเชื้อ 84,794 ตาย 1,107
จีน ติดเชื้อ 82,443 ตาย 3,322