สำหรับการประชุมวันนี้ เป็นการเกาะติดความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งทั่วประเทศไทย เพื่อ ประเมินน้ำต้นทุนที่มีอยู่ และเตรียมแผนจัดสรรน้ำทุกประเภท
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กล่าวว่า จากการประเมินปริมาณน้ำใช้การในแหล่งน้ำ พบว่ามีหลายพื้นที่ ที่จะมีน้ำใช้ไม่เพียงพอจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค หากไม่มีมาตรการรองรับ โดยในที่ประชุมยังได้เร่งรัดความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้เสร็จตามแผน ซึ่งปัจจุบันพบว่า มีในพื้นที่เฝ้าระวังถึง 43 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 2,041 แห่ง ซึ่งหากแบ่งตามรายภาค พบว่า ภาคเหนือ มีพื้นที่เฝ้าระวังทั้งหมด 1,059 แห่ง อาทิ จ.นครสวรรค์ พิจิตร เชียงใหม่ ลำปาง สุโขทัย ภาคกลาง 223 แห่ง ที่ลพบุรี เพชรบุรี และนครปฐม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 702 แห่ง อาทิ จ.ขอนแก่น บุรีรัมย์ มหาสารคาม บึงกาฬและนครราชสีมา ภาคตะวันออก 53 แห่ง อาทิ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และ ภาคใต้ 4 แห่ง ได้แก่ ปัตตานี สงขลา ภูเก็ตและสุราษฎร์ธานี
ซึ่งตอนนี้ก็ได้กำชับให้ ทุกหน่วยงานเร่งรัดตามแผนงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณให้เสร็จภายในเดือนมิถุนายน เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบในพื้นที่เฝ้าระวังจากปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคในช่วงฤดูแล้ง