เนชั่นทีวี

ข่าว

ไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 104 ราย ดับเพิ่ม 3 ราย ยอดสะสม 1,875 ราย

02 เม.ย. 2563 | nathaorn

ไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 104 ราย ดับเพิ่ม 3 ราย ยอดสะสม 1,875 ราย

โฆษก ศบค.เผย ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ 104 คน เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย หนึ่งในนั้นคือชายไทยอายุ 57 ปี ที่เดินทางกลับมาจากประเทศปากีสถาน เผย ในที่ประชุมมีมติชะลอการเดินทางเข้าไทยของคนไทยและชาวต่างชาติออกไปถึง 15 เมษายน ส่วนจะประกาศเคอร์ฟิว หรือไม่ ขอรอความชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. แถลงสรุปสถานการณ์ประจำวันพฤกัสบดี ที่ 2 เมษายน  2563  ซึ่งถือได้ว่าครบ 1 สัปดาห์ หลังประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผ่านพ้นไป 1 สัปดาห์ ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในไทยอยู่ที่ลำดับที่ 36 ของโลก มียอดผู้ป่วยสะสมยืนยัน 1875 คน เป็นผู้ป่วยใหม่ 104 คน กลับบ้านได้ 505 คน และเสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย รวม 15 ราย 
โดย 3 รายที่เสียชีวิต ประกอบด้วย รายแรกเป็นชายอายุ 57 ปี มีประวัติเดินทางกลับมาจากประเทศปากีสถาน กลับมาถึงไทยในวันที่ 29 มีนาคมผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ และเดินทางกลับสุไหง-โกลก ด้วยรถไฟสายกรุงเทพ - สุไหง-โกลก และเสียชีวิตระหว่างเดินทางถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี โรคเบาหวานและความดันร่วมด้วย //รายที่ 2 เป็นชายไทยอายุ 77 ปีมีประวัติป่วยโรคถุงลมโป่งพองและเบาหวาน มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน โดยมีอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม มีอาการไข้ 38 องศาไอเจ็บคอและเสียชีวิต วันที่ 31 มีนาคม โรงพยาบาลจังหวัดปัตตานี // และรายที่ 3 เป็นชายอายุ 55 ปีมีอาชีพขับรถสาธารณะที่สนามบินสุวรรณภูมิเดินทางกลับไปที่จังหวัดสุรินทร์และอาศัยอยู่กับบ้านตลอดเวลา และเดินทางกลับมายังกรุงเทพฯอีกครั้งในวันที่ 16 มีนาคม มีอาการไข้ไอแห้งและอ่อนเพลีย เริ่มเข้ารับการรักษา ในวันที่ 18 มีนาคมที่คลินิก เข้าโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 29 มีนาคม และเสียชีวิตในวันที่ 1 เมษายน

ไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 104 ราย ดับเพิ่ม 3 ราย ยอดสะสม 1,875 ราย

ส่วนผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง 104 ราย แบ่งเป็นมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน 60 คน ประกอบด้วย สนามมวย 1 คน  สถานบันเทิง 10 คน ประกอบพิธีศาสนาในประเทศอินโดนีเซีย 8 คน และสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน 41 คน// ส่วนผู้ป่วยที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้รวมทั้งสิ้น 36 คน แบ่งเป็นคนไทยกลับจากต่างประเทศ 11 คน คนต่างชาติเดินทางกลับจากต่างประเทศ 3 คน ผู้สัมผัสกับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 2 คน ไปสถานที่ชุมนุม ประกอบด้วยงานแฟร์คอนเสิร์ตอ 1 คน อาชีพเสี่ยง 8 คน แพทย์และบุคลากรด้านสาธารณสุข 2 คน อื่นๆ 9 คน// และอยู่ระหว่างสอบสวนโรคอีก 8 คน
ส่วนการกระจายตัวผู้ป่วยในช่วง 7 วันวันที่ 26 มีนาคมถึง 1 เมษายนเป็นผู้ป่วยในจังหวัดเชียงใหม่เป็นกลุ่มผู้สัมผัสผู้ป่วยอาชีพดีเจทำงานในผับ จังหวัดภูเก็ต 42 คน ทำงานในสถานบันเทิง ร้านอาหาร โรงแรม ขับรถรับจ้าง และจังหวัดยะลา 14 คน ปัตตานี 8 คน เดินทางกลับมาจากการร่วมพิธีทางศาสนาในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย
โดยความเสี่ยงจากการเดินทางกลับจากต่างประเทศ ประกอบด้วยคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศอิตาลีจำนวน 6 คน ติดเชื้อ 4 คนมีผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อ 1 คนและต้องกักกันตัวคนรอบข้างอีก 50 คน/ ประกอบศาสนกิจในประเทศมาเลเซียจำนวน 132 คน ติดเชื้อ 17 คนเสียชีวิต 4 คนและต้องกักกันตัวผู้ใกล้ชิดอีก 1000 คน /ศาสนกิจในประเทศอินโดนีเซีย 56 คนติดเชื้อ 32 คน ครั้งล่าสุดจำนวน 27 คนติดเชื้อ 19 คน กักกันตัวผู้ใกล้ชิด 500 คน/ เดินทางกลับจากประเทศอังกฤษติดเชื้อ 4 คนเสียชีวิต 1 คนกักกันตัวผู้ใกล้ชิด 200 คน พบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตปกปิดอาการและการเดินทาง และผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกัมพูชาเชื่อมโยงด่านปอยเปตติดเชื้อ 19 คนกักกันตัวคนรอบข้าง 300 คน
ทั้งนี้โฆษกศบค.เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีมีมาตรการชะลอการเดินทางเข้าของชาวต่างชาติและคนไทยในต่างประเทศโดยจะยืดเวลาการเดินทางออกไปถึงวันที่ 15 เมษายน พร้อมมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ทำข้อมูล เนื่องจากหากไม่ลดปริมาณการเดินทางเข้าประเทศจะทำให้คนภายในชาตินั้นติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น แต่จะยกเว้นกลุ่มผู้ขออนุญาตเดินทางเข้าไว้ก่อนหน้านี้อย่างกลุ่มผู้เดินทางจากประเทศอินโดนีเซีย โดยขอให้คนที่มีความจำเป็นเดินทางกลับติดต่อกับสถานทูตและดำเนินการตามมาตรการและคำแนะนำอย่างเข้มงวด
ส่วนจากการวิเคราะห์จากกรมควบคุมโรคสำรวจประชาชนจำนวน 140 ,000 คน ในการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อโควิด 19 พบว่าใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากถ้าจำนวนร้อยละ 94 รวมไปถึงร้านมือบ่อยๆร้อยละ 90.5 แต่ข้อที่ยังคงน่าเป็นห่วงคือการเว้นระยะห่างจากการมีส่วนร่วมร้อยละ 64.8 ที่ถือว่าเป็นจำนวนที่ค่อนข้างน้อย ซึ่งขณะนี้เองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยจัดหาหน้ากาก เพื่อส่งให้บุคลากรกลุ่มเสี่ยงเป้าหมายจำนวน 1 ล้านชิ้นต่อวันและต้องส่งอย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยขณะนี้เองได้มีการจัดทำหน้ากากเพื่อให้ประชาชนที่แข็งแรงดีในโควต้า 45 ล้านชิ้น ซึ่งผลิตไปแล้วกว่า 43 ล้านชิ้นและอีกไม่เกิน 7 วันจะได้ตามเป้าจำนวนที่กำหนด พร้อมกับเน้นย้ำว่ามีแล้วต้องใส่และใส่แล้วต้องซัก
ซึ่งนายแพทย์ทวีศิลป์ยังกล่าวอีกว่า ได้มีการมอบชุดตรวจหาเชื้อโควิด - 19 จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และบริษัทสยามไบโอไซน์ จำนวน 20,000 ชุด ที่แต่เดิมมี ค่าใช้จ่ายต่อชุดจำนวน 4,500 บาทแต่ไทยสามารถผลิตเองได้เหลือเพียงในราคา 1,500 บาท โดยจะสามารถส่งมอบจำนวน 20000 ชุดในทุกสัปดาห์จนกว่าจะครบ 100,000 ชุด ภายในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งจะกระจายให้ 100 โรงพยาบาลทั่วประเทศ
พร้อมกับยังเปิดเผยอีกว่านายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงโดยพลเอกพรพิพัฒน์เบญญศรีผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำข้อมูลตัวเลขการเดินทางในวันปกติที่มีจำนวนลดลงเพียงร้อยละ 20 ถึงต้องขอความร่วมมือนายจ้างและผู้ประกอบการเพื่อให้ลดการเดินทางของลูกจ้างและความแออัดภายในโรงงาน ที่มีความเสี่ยง นอกจากนั้นยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ร่มกันฝนที่กำลังดูแล ประชาชน พร้อมกับกำชับให้จับกุมดำเนินคดีผู้ที่ยัง ลักลอบเล่นการพนัน เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และให้ความร่วมมือกับกลุ่มอสมในการออกไปปฏิบัติการร่วมเพื่อแจ้งเตือนประชาชนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
ส่วนกรณีผู้เสียชีวิตที่เดินทางมาจากประเทศปากีสถาน จะมีการดำเนินการอย่างไรในการคัดกรองบุคคลเข้าประเทศนั้นนายแพทย์ทวีศิลป์ ยืนยันว่าต้องทำตามหลักการเดินทางอย่างเคร่งครัดที่ต้องขออนุญาตการเดินทางและดูแลตัวเองประกันก่อนเดินทาง 14 วันพร้อมกับมีใบรับรองแพทย์ให้สามารถขึ้นเครื่องเดินทางกลับมาได้ โดยทั้งหมดต้องร่วมมือ กับมาตรการรักษาความปลอดภัยระหว่างการบินและเดินทางกลับมาถึงประเทศ พร้อมกับยอมรับว่ากลุ่มเสี่ยงที่เดินทางกลับมาปฏิบัติตัวตามข้อแนะนำค่อนข้างละหลวมไม่มีการกำกับดูแลที่เคร่งครัด รวมไปถึงไม่ให้ความร่วมมือ จึงขอร้องให้กลุ่มเสี่ยงนั้นขอให้ความร่วมมือ ดำเนินการตามมาตรการเพื่อลดความสูญเสียและลดอัตราการแพร่ระบาดภายในประเทศ
ทั้งนี้ยังระบุอีกว่า จำนวนผู้ติดเชื้อที่ เป็นบุคลากรทางการแพทย์ในเรื่องของอุปกรณ์การป้องกันกระทรวงสาธารณสุขได้มีการชี้แจงว่า ได้มีการวางแผน บุคลากรทางการแพทย์ ไว้แล้วซึ่งต้องใช้หน้ากาก n95 โดยนายกรัฐมนตรีให้ประเมินว่าจะต้องใช้ในปริมาณเท่าใด และต้องใช้งบประมาณเท่าใด โดยในเบื้องต้นได้กำหนดไว้ที่ 60,000 บาทต่อวัน แต่ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ทั่วโลกก็ต้องใช้เหมือนกันและขณะนี้เองบริษัท 3 เอ็มไม่ได้ส่งของให้ตามกำหนดมีเพียงบริษัทจากประเทศจีนที่ส่งมาบางส่วน จากยอดการสั่ง 2 ล้านชิ้น ส่วนเรื่องยาขณะนี้มีสต๊อกภายในประเทศ 50,000 เม็ด ด้วยประเทศญี่ปุ่นส่งมายังไทยแล้ว  40,000เม็ด และในวันที่ 12 เมษายนจีนจะส่งมาอีก 100,000 เม็ด โดยนายกรัฐมนตรีต้องการให้เกิดความมั่นใจว่าบุคลากรทางการแพทย์รวมถึงประชาชนจะได้รับการดูแลกันดีอย่างเป็นทอดๆ พร้อมกับเปิดเผยว่าขณะนี้นักวิทย์ชาการบวก แพทย์ได้หาวิธีการใช้ n95 โดยไม่ต้องทิ้งในครั้งเดียวและสามารถใช้ซ้ำได้อีก 3 ครั้งโดยต้องทดสอบรายละเอียดเพิ่มเติม จึงถือเป็นข่าวดีในการปรับใช้ตามสถานการณ์
โดยในช่วงท้ายนายแพทย์ทวีศิป์ ปฏิเสธการตอบคำถามถึงกรณีการประเมินสถานการณ์หลังประกาศพระราชกำหนดฉุกเฉินครบ 1 สัปดาห์ว่าจะมีการยกระดับประกาศเคอร์ฟิวหรือไม่ด้วยขอให้ติดตามผ่านทางสถานีโทรทัศน์ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้แถลงในมาตรการต่างๆ แม้ว่าอัตราตัวเลขของผู้ติดเชื้อจะไม่เพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ได้ลดลง

ข่าวล่าสุด