เนชั่นทีวี

ข่าว

ผบ.ทสส. ขอ ปชช. สมัครใจทำตาม สธ. ดีกว่าถูกบังคับ

26 มี.ค. 2563 | anchalee_ari

ผบ.ทสส. ขอ ปชช. สมัครใจทำตาม สธ. ดีกว่าถูกบังคับ

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ขอประชาชนสมัครใจ ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ดีกว่าถูกบังคับ พร้อมขอผู้ประกอบการ อย่าขึ้นราคา เติมสินค้ารองรับความต้องการที่สูงขึ้น

พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง (ศปม.) กล่าวว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีผลตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมา จำเป็นต้องประกาศ เรื่องจากประเมินจากผู้ติดเชื้อ กลุ่มเสี่ยง และผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น และไม่สามารถตอบได้ว่าจะสิ้นสุดที่จำนวนเท่าใด ทั้งนี้ที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ในการใช้กลไกปกติในการบริหาร เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก เศรษฐกิจเสียหาย หรือรบกวนการใช้ชีวิตของประชาชน แต่เมื่อตัวเลขเพิ่มขึ้น ก็จำเป็นต้องยกระดับมาตรการ แต่ก็ยังไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ดังนั้นมาตรการที่จะกำหนดขึ้น จะเป็นแบบเบาไปหาหนัก 

ผบ.ทสส. ขอ ปชช. สมัครใจทำตาม สธ. ดีกว่าถูกบังคับ

ซึ่งขณะนี้มีการจุดตรวจ ด่านตรวจในที่ต่างๆ ทั่วประเทศ 359 แห่ง เรียกว่า จุด ตรวจสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยมี 7 แห่งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่ไม่มีทหาร แต่เป็นตำรวจกับฝ่ายปกครอง และอาสาสมัคร ยกเว้นบางจุดที่มีสารวัตรทหารเข้าไปเสริมโดยหน้าที่หลักคือ อำนวยความสะดวก คัดกรองผู้สัญจรไปมา ให้ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing ) รวมถึงการนำสินค้าควบคุมผ่านไปโดยไม่ปกติ ซึ่งในระยะต่อไป หากมีกระทรวงพาณิชย์กำหนดรายการสินค้าควบคุมเพิ่มเติม จุดตรวจนี้ก็ต้องคัดกรองด้วยผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยังได้กล่าวเชิญชวน และขอร้องประชาชนทุกคน หัวหน้าส่วนราชการ และผู้ประกอบการ ให้ลดเวลาการทำงานลง หรือเหลื่อมเวลา เพื่อลดการเคลื่อนย้ายคน , เว้นระยะทางสังคม , เลิกการชุมนุมสังสรรค์ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งคาดการณ์ว่า ใน 1 สัปดาห์ หากประชาชนสามารถทำได้ จำนวนผู้ติดเชื้อจะเหลือประมาณ 2,000 คน จากที่คาดการณ์ไว้เกือบ 10,000 คน โดยวิธีปฏิบัติต่างๆอยากให้เป็นไปด้วยความสมัครใจ ดีกว่าการบังคับ ถูกล็อคดาวน์ หรือเคอร์ฟิวส์ เพราะถ้าไม่ทำอะไรเลยไม่เปลี่ยนพฤติกรรมตัวเลขผู้ติดเชื้อก็จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และรวดเร็ว "จึงประกาศให้ประชาชนทราบว่า บัดนี้อันตรายรออยู่ข้างหน้า หากยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม พร้อมทำความเข้าใจกับประชาชน ว่าขณะนี้ยังไม่มีการปิดประเทศ ไม่ปิดเมือง ไม่ปิดบ้าน ทุกคนยังสามารถสัญจรไปมาได้ แต่ถ้าหากไม่เปลี่ยนพฤติกรรม เมื่อตัวเลขสูงขึ้นเรื่อยๆ จะนำไปสู่การปิดประเทศ และนำไปสู่ความยุ่งยาก ผลกระทบจะสูงขึ้น จึงขอให้ทุกคนปรับพฤติกรรม ก่อนจะมีมาตรการที่สูงขึ้น สมัครใจ โดยไม่ต้องบังคับดีกว่าไหม" นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการ ว่าถึงเวลาแล้วที่จะคืนความมัานคงด้านอาหารให้ประชาชน อย่าขึ้นราคาสินค้า และต้องประกันว่าสินค้าบนชั้นวางจะไม่ขาดแคลน ดังนั้นขอประชาชน อย่าต้องตุนอาหาร ซื้อแต่พอดี เพื่อให้คนอื่นได้มีซื้อเช่นกันส่วนกรณีที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่มาจากการไปสนามมวยลุมพินี และแพร่กระจายต่อออกเป็นวงกว้างนั้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุด บอกว่า วันนี้ตนมาพูดเรื่องของวันข้างหน้า เรื่องในอดีตอาจไม่ได้มีเรื่องเดียว และการแพร่ระบาดอาจไม่ได้มาจากทหารเพียงอย่างเดียว แต่มาจากหลายกลุ่มคน แน่นอนว่าเกิดจากความบกพร่อง ไม่รัดกุม ซึ่งผู้เกี่ยวข้องก็มีการตรวจสอบ และมีมาตรการที่ต้องดำเนินการ ขอไม่ลงรายละเอียดในส่วนที่ผ่านไปแล้ว พร้อมขอสื่อมวลชน เป็นแกนหลักทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นให้ทุกคน ค่อยๆเข้าสู่ความสมัครใจ และปฏิบัติตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข ดีกว่านินทาว่าร้าย และหันมาร่วมมือร่วมใจกัน เพราะนี่เป็นช่วงเวลาสำคัญของชาติ

ข่าวล่าสุด