เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดแผนสู้โควิด-19หลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

25 มี.ค. 2563 | Nattawut

เปิดแผนสู้โควิด-19หลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

การตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลลุงตู่ เป็นไปตามรายงานการประเมินสถานการณ์ของฝ่ายความมั่นคง ที่นำโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน.

ปัจจัยที่เป็นเงื่อนไขนำมาสู่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็คือระดับความรุนแรงของการระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่มีองค์ประกอบต่างๆ ครบเกือบทั้งหมดว่าเป็นการระบาดในระดับ "รุนแรง" 
เช่น ติดเชื้อจากคนในประเทศ และไม่สามารถสืบสวนโรคได้ ซึ่งแม้ในทางการแพทย์จะยังเป็นที่ถกเถียง แต่ในความรู้สึกของประชาชนรู้สึกว่ามีการติดเชื้อกันเองจากคนในประเทศ และไม่สามารถสืบสวนโรคได้แล้ว
นอกจากนั้นยังมีการระบาดในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนไม่สามารถดารงชีวิตได้ตามปกติ / มีข้อจำกัดด้านการรักษา เช่น จำนวนเตียงไม่เพียงพอรองรับผู้ป่วย หรือบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งล่าสุดก็เกิดปรากฏการณ์นี้แล้วในประเทศไทย / มีผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม / เกิดปรากฏการณ์กักตุนสินค้าและเวชภัณฑ์ / และมีเฟคนิวส์ หรือข่าวปลอม 
ทั้งหมดนี้คือเหตุปัจจัยที่เป็นเงื่อนไขว่าสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในบ้านเรา อยู่ในระดับ "รุนแรง" แล้ว และนี่คือเหตุผลของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 
สำหรับมาตรการที่จะออกตามมา (ในทางกฎหมายเรียกว่า "ข้อกำหนด" ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ก็คือ 
1. ประกาศเขตควบคุม อาจจะเป็นพื้นที่ที่ห้ามเดินทางเข้า-ออก ห้ามเคลื่อนย้ายคน หรืออพยพคน และห้ามออกจากบ้าน
2. ปิดกั้นช่องทางเข้า-ออกการเดินทางเข้าพื้นที่เสี่ยง เป็นมาตรการต่อเนื่องจากข้อ 1 
3. ปิดสถานศึกษาและสถานที่ทำงาน 100% หรือเกือบ 100% โดยให้เรียนออนไลน์ และทำงานที่บ้าน หรือ work at home / work from home
4. ทุกส่วนราชการใช้แผนเผชิญเหตุ
สำหรับผลข้างเคียงจากการใช้มาตรการตาม พ.ร.บ.ฉุกเฉินฯ เท่าที่ประเมินเอาไว้ ก็คือ กระแสแตกตื่นของประชาชน อาจมีความพยายามเดินทางหรือกักตุนสินค้า / กระแส Social Distancing หรือระยะห่างทางสังคม ที่อาจลุกลามเป็นการรังเกียจกันเอง / การทำงานที่บ้านที่อาจยังไม่มีความพร้อม / การเตรียมแผนเยียวยา หรือฟื้นฟูไม่ครอบคลุมมากพอ ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะหากต้องปิดเมืองยาวเพื่อรอวัคซีนป้องกันโควิด
รายงานของ สมช. และ กอ.รมน.ยังได้ประเมินความเป็นไปได้จากมาตรการควบคุมโรคที่เข้มข้นกว่าปัจจุบัน โดยใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าประชาชนต้องให้ความร่วมมืออย่างจริงจังด้วย / ผลก็คือ อัตราการแพร่เชื่อสู่ผู้อื่นจะลดลงเหลือ 1 : 1.6 คน / สุดท้ายจะมีผู้ติดเชื้อแสดงอาการราว 4 แสนคนในระยะเวลา 2 ปี และโควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นที่ระบาดตามฤดูกาล 
แต่หากไม่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือไม่มีมาตรการพิเศษ หรือประชาชนไม่ร่วมมือ คาดการณ์ว่าการระบาดจะยาวถึง 2 ปี มีผู้ติดเชื้อแสดงอาการมากถึง 9.9 ล้านคนใน 2 ปี 
ดูเหมือนประเทศไทยจะไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว!

ข่าวล่าสุด